สำนักพิมพ์รอซี่ย์RASY Publishing
หลักนิติศาสตร์อิสลาม · ตอนที่ 8 จาก 15

น้ำที่เจือปนนะญิสจนเปลี่ยนสภาพ

ภาพประกอบ: น้ำที่เจือปนนะญิสจนเปลี่ยนสภาพ

บทที่หนึ่ง : ความสะอาด (الطهارة)
ตอน : น้ำที่เจือปนกับนะญิสและเปลี่ยนสภาพด้วยนะญิส

ประเด็นที่หนึ่ง : น้ำที่เปลี่ยนสภาพด้วยนะญิส

หากน้ำมีนะญิส(สิ่งสกปรก)เข้ามาเจือปน แล้วเกิดเปลี่ยนสภาพไม่ว่าจะด้านสี กลิ่น รส ; น้ำนั้นถือเป็นนะญิส ไม่ว่าน้ำจะมีปริมาณน้อยหรือมากก็ตาม

หลักฐานในเรื่องนี้คือมติเอกฉันท์ของปวงปราชญ์ โดยนักวิชาการที่รายงานอิจมาอ์นี้ได้แก่ : อิม่ามอัชชาฟิอีย์ , อิบนุมุนซิร , อิบนุ อับดิ้ลบัร , อิบนุกุดามะฮ์ , อิบนุ ตัยมียะฮ์ ¹

ท่านอิบนุ ตัยมียะฮ์ ได้รับุไว้ใน “มัจมัวอ์ อัลฟะตาวา” (21/30) ความว่า :

وأمَّا الماءُ إذا تغيَّرَ بالنَّجاساتِ، فإنَّه يَنجُسُ بالاتِّفاقِ

“และในส่วนของน้ำที่แปรเปลี่ยนสภาพด้วยนะญิส (ที่เข้ามาเจือปน) , น้ำดังกล่าวถือเป็นนะญิส ด้วยมติเห็นพ้องในหมู่นักวิชาการ”

ท่านอิบนุ มุนซิร ได้ระบุไว้ใน “อัลอิจมาอ์” (1/35) ว่า

وأجمعوا على أنَّ الماءَ القليلَ والكثيرَ إذا وقعت فيه نجاسةٌ، فغيَّرت للماءِ طعمًا، أو لونًا، أو ريحًا: أنَّه نجِسٌ ما دام كذلك

“(บรรดานักวิชาการ)มีมติเอกฉันท์ว่า น้ำที่ไม่ว่าจะมีปริมาณน้อยหรือมากก็ตาม หากมีสิ่งสกปรก (นะญิส) ตกลงไป แล้วได้เกิดการเปลี่ยนสภาพในด้านรส สี และกลิ่น ก็ถือว่าน้ำนั้นเป็นนะญิส ตราบใดที่มันยังคงมีสภาพเช่นนั้น”


ประเด็นที่สอง : น้ำไหลที่มีนะญิสตกลงไป

หากเป็นน้ำไหล ที่มีนะญิสตกลงไป น้ำจะไม่ถือเป็นนะญิส นอกเสียจากจะมีการเปลี่ยนสภาพคุณสมบัติของน้ำด้านสี กลิ่น รส , ซึ่งนี่คือทัศนะของนักวิชาส่วนใหญ่ ได้แก่ มัซฮับฮะนะฟีย์ ² มัซฮับมาลิกีย์ ³ มัซฮับชาฟิอีย์ (ก่อดีม) ⁴ ซึ่งท่านอิม่ามนะวะวีย์ ได้ให้น้ำหนักทัศนะนี้ใน “อัลมัจมัวอ์” (1/143)

ท่านอิบนุ กุดามะฮ์ ได้ระบุใน “อัลมุฆนีย์” (1/25) ความว่า :

فعلى هذا لا يتنجَّسُ الجاري إلَّا بتغيُّره؛ لأنَّ الأصلَ طَهارَتُه، ولا نعلَمُ في تنجيسه نصًّا ولا إجماعًا، فبَقِيَ على أصلِ الطَّهارة

“ดังนั้นตามหลักนี้ น้ำที่ไหลอยู่จะไม่ถือเป็นนะญิส เว้นแต่จะเกิดการเปลี่ยนแปลง (ของกลิ่น สี หรือรส) ; เนื่องจากพื้นฐานของมันคือสภาพที่สะอาด , และเราไม่พบว่ามีหลักฐานจากบทบัญญัติหรือมติเอกฉันท์ (อิจมาอ์) ที่ระบุว่า (น้ำไหล) เป็นนะญิส , ดังนั้นมันจึงคงอยู่บนพื้นฐานเดิมในสภาพที่สะอาด”

หลักฐานในเรื่องนี้ คือหะดิษของท่านร่อซู้ล ﷺ ที่ท่านได้กล่าวว่า :

لا يَبولنَّ أحدُكم في الماء الدَّائِمِ الذي لا يَجري ثُمَّ يَغتسِل فيه

“คนใดในหมู่พวกท่านอย่าได้ปัสสาวะลงในน้ำนิ่งที่ไม่ไหล โดยอาบน้ำในนั้น” (อัลบุคอรีย์ : 239 มุสลิม : 282)

แง่มุมหลักฐาน

1. ท่านร่อซู้ล ﷺ ได้แยกระหว่าง น้ำนิ่ง กับ น้ำไหล โดยมีคำสั่งห้ามปัสสาวะและอาบน้ำในน้ำนิ่ง ซึ่งหมายความโดยปริยายว่า น้ำที่ไหลไม่ได้อยู่ในข่ายต้องห้ามนั้น จึงไม่มีข้อห้ามในการปัสสาวะหรืออาบน้ำจากน้ำไหล ⁵

2. พื้นฐานของน้ำไหล คือสะอาดบริสุทธิ์ และเมื่อน้ำไหล ไม่เปลี่ยนคุณลักษณะ (ด้านสี กลิ่น รส) จากการปนเปื้อนของสิ่งสกปรก ก็ไม่มีเหตุผลใดที่จะถือว่าน้ำนั้นเป็นนะญิส ; เพราะน้ำยังคงบริสุทธิ์โดยหลักฐานที่แน่ชัด และไม่มีตัวบทหลักฐานหรือการกิยาส(เปรียบเทียบ)ใด ๆ ที่ชี้ว่าน้ำนั้นเป็นนะญิส ! , ฉะนั้น จึงต้องยึดถือสถานะเดิมคือมีสภาพสะอาด ตราบใดที่คุณลักษณะของน้ำยังไม่เปลี่ยน ⁶

3. น้ำไหลโดยส่วนใหญ่มักมีปริมาณมากกว่าสองกุลละฮ์ ⁷ ซึ่งพิจารณาจากการไหลที่แรง จึงทำให้สิ่งสกปรกไม่สามารถนิ่งอยู่กับที่ในน้ำได้ ส่งผลให้น้ำนั้นยังคงบริสุทธิ์ตามบทบัญญัติศาสนา


ประเด็นที่สาม : น้ำปริมาณน้อยที่ปนเปื้อนนะญิส แต่ไม่เปลี่ยนสภาพสี กลิ่น รส

น้ำปริมาณน้อยที่มีนะญิสเข้ามาเจือปน แต่ไม่เกิดการเปลี่ยนสภาพสี กลิ่น รส น้ำนั้นไม่ถือว่าเป็นนะญิส , ซึ่งเป็นทัศนะของมัซฮับมาลิกีย์ ⁸ มัซฮับซอฮิรียะฮ์ ⁹ โดยอิบนุ บาซ ¹⁰ และอิบนุ อุซัยมีน ก็ได้ให้น้ำหนักทัศนะนี้

ท่านอิบนุ บาซ ได้กล่าวใน “มัจมัวอ์อัลฟัตวา” (10/16) ของท่านว่า

والصواب أنَّ ما دون القُلَّتينِ لا ينجُسُ إلَّا بالتغيُّرِ، كالذي بلغ القلَّتين؛ لقولِ النبيِّ صلَّى اللهُ عليه وسلَّم: ((إنَّ الماء طَهورٌ لا يُنجِّسُه شيءٌ)) أخرجه الإمام أحمد، وأبو داود، والترمذي، والنَّسائي، بإسنادٍ صحيح، من حديث أبي سعيد الخدري رَضِيَ اللهُ عنه. وإنَّما ذكَرَ النبيُّ صلَّى اللهُ عليه وسلَّم القلَّتين؛ ليدلَّ على أنَّ ما دونهما يحتاجُ إلى تثبُّتٍ ونظرٍ وعنايةٍ؛ لا أنَّه ينجُسُ مطلقًا؛ لحديث أبي سعيد المذكور. ويُستفاد من ذلك: أنَّ الماءَ القليلَ جدًّا يتأثَّرُ بالنجاسة غالبًا، فينبغي إراقَتُه، والتحرُّز منه

“ที่ถูกต้องแล้ว น้ำที่มีปริมาณน้อยกว่าสองกุลละฮ์ จะไม่ถือว่าเป็นน้ำนะญิสได้ นอกจากจะมีการเปลี่ยนสภาพของน้ำ ซึ่งมีเหมือนกรณีเดียวกันกับน้ำที่ถึงสองกุลละฮ์(หรือมากขึ้นไป) ; ด้วยคำกล่าวของท่านนบี ﷺ ที่ว่า : “น้ำนั้นสะอาดบริสุทธิ์ ไม่มีอะไรมาทำให้มันเป็นนะญิสไปได้ (นอกจากมีการเปลี่ยนสภาพ)” หะดิษนี้บันทึกโดยอิม่ามอะหมัด อบูดาวูด อัตติรมิซีย์ และอันนะซานีย์ ด้วยสายรายงานที่ถูกต้อง เป็นหะดิษที่รายงานโดยอบูสะอี๊ด อัลคุดรีย์ (ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ) และที่ท่านนบี ﷺ เอ่ยถึง สองกุลละฮ์ ก็เพื่อจะชี้ว่า น้ำที่น้อยกว่านั้นจำเป็นต้องมีความรอบคอบและให้ความใส่ใจ แต่ไม่ใช่ว่ามันจะเป็นนะญิสไปโดยปริยาย ; ด้วยหลักฐานจากหะดิษของอบูสะอี๊ดข้างต้น และประโยชน์ที่ได้รับจากหะดิษนี้คือ น้ำที่มีปริมาณน้อยมาก ๆ จะได้รับการปนเปื้อนจากนะญิสได้มากกว่าปกติ จึงควรเททิ้งหรือหลีกเลี่ยงไม่ใช้น้ำนั้น”

ท่านอิบนุ อุซัยมีน ได้ระบุใน “อัชชัรฮุ้ลมุมเตียะอ์” (1/40-41) ความว่า :

القول الثالث :... أنه لا ينجُسُ إلَّا بالتغيُّر مطلقًا؛ سواء بلغ القُلَّتين أم لم يبلُغْ، لكن ما دون القلَّتين يجِبُ على الإنسانِ أن يتحرَّزَ إذا وقعت فيه النَّجاسةُ؛ لأنَّ الغالِبَ أنَّ ما دونهما يتغيَّرُ، وهذا هو الصَّحيحُ للأثَرِ والنَّظَر

“ความเห็นที่สาม : ..น้ำจะไม่กลายเป็นนะญิส เว้นแต่จะมีการเปลี่ยนแปลงสภาพเท่านั้น ; ไม่ว่าจะมีปริมาณถึงสองกุลละฮ์หรือไม่ก็ตาม , แต่ถ้าน้ำนั้นมีปริมาณน้อยกว่าสองกุลละฮ์ ก็จำเป็นที่มนุษย์จะต้องระมัดระวังเมื่อมีนะญิสตกลงไป ; เพราะโดยทั่วไปแล้ว น้ำที่น้อยกว่าสองกุลละฮ์มักจะเกิดการเปลี่ยนสภาพได้ง่าย และทัศนะนี้ถือเป็นทัศนะที่ถูกต้อง ทั้งในแง่ตัวบทหลักฐานและด้านเหตุผล”

หลักฐานในเรื่องนี้ คือดำรัสของอัลลอฮ์ ตะอาลา ที่ว่า

وَأَنزَلْنَا مِنَ السَّمَاء مَاءً طَهُورًا [الفرقان: 48]

“และเราได้ประทานน้ำบริสุทธิ์ลงมาจากฟากฟ้า” (อัลฟุรกอน : 48)

แง่มุมหลักฐาน : น้ำที่ไม่เปลี่ยนสภาพ มันจะยังคงอยู่ในสภาพที่สะอาดแบบดั้งเดิมของมัน ไม่ว่าน้ำจะน้อยหรือมากก็ตาม และสถานะนี้จะไม่หมดไปจากมัน เว้นแต่จะมีหลักฐานที่แน่ชัด (ในการเปลี่ยนแปลงสถานะของมัน) เท่านั้น ¹¹


¹ ดู “อัลอุม” (1/43) , “อัลอิจมาอ์” (1/35) , “อัตตัมฮีด” (19/16) , “อัลมุฆนีย์” (1/20) , “มัจมุอ์ อัลฟะตาวา” (21/30)

² ดู “อัลมับซูต” - อัสสัรค่อซีย์ (1/52)

³ ดู “มะวาฮิบ อัลญะลีล” - อัลฮัฏฏอบ (1/100)

⁴ ดู “เราเดาะฮ์ อัลฏอลิบีน” - อันนะวะวีย์ (1/26)

⁵ ดู “มัจมัวอ์ อัลฟะตาวา” - อิบนุ ตัยมียะฮ์ (21/73)

⁶ ดู “อัชชัรฮุ้ลกะบีร” - อิบนุ กุดามะฮ์ (1/41)

⁷ สองกุลละฮ์ หมายถึง ปริมาณน้ำขั้นต่ำ ที่เมื่อน้ำมีถึงหรือมากกว่านี้ จะไม่ถือว่าน้ำนั้นเป็นนะญิส เว้นแต่จะมีการเปลี่ยนสภาพอย่างใดอย่างหนึ่งจาก สี กลิ่น รส ซึ่งเท่ากับ 216 ลิตร โดยประมาณ

⁸ ดู “มะวาฮิบ อัลญะลีล” - อัลฮัฏฏอบ (1/98)

⁹ ดู “อัลมะฮัลลา”- อิบนุ ฮัซม์ (1/141)

¹⁰ ดู “มัจมัวอ์ อัลฟะตาวา” - อิบนุบาซ (10/16)

¹¹ ดู “อัลกาฟีย์” - อิบนุ อับดิ้ลบัร (1/156-157)