สำนักพิมพ์รอซี่ย์RASY Publishing

พึงระวังการเลียนแบบยิวและคริสต์

ภาพประกอบ: พึงระวังการเลียนแบบยิวและคริสต์

พึงระวังการเลียนแบบพวกยิวและคริสต์


ท่านร่อซู้ล ‎ﷺ ได้กล่าวว่า :

لَتَتَّبِعُنَّ سَنَنَ الَّذِينَ مِنْ قَبْلِكُمْ شِبْرًا بِشِبْرٍ وَذِرَاعًا بِذِرَاعٍ حَتَّى لَوْ دَخَلُوا فِي جُحْرِ ضَبٍّ لَاتَّبَعْتُمُوهُمْ قُلْنَا يَا رَسُولَ اللَّهِ آلْيَهُودَ وَالنَّصَارَى قَالَ فَمَنْ

“ต่อไปพวกท่านจะปฏิบัติตามแนวทางของผู้ที่มาก่อนพวกท่านทีละคืบ ทีละศอก แม้กระทั่งพวกเขาเข้าไปอยู่ในรูของแย้ พวกท่านก็เข้าตามไปด้วย , พวกเราได้ถามท่านร่อซู้ลว่า โอ้ท่านร่อซู้ล ท่านหมายถึงพวกยะฮูดียฺ (ยิว)และนัสรอนี (คริสเตียน)ใช่ไหม ? ท่านร่อซู้ลตอบว่า จะเป็นใครอีก ถ้าไม่ใช่พวกนี้ ” (1)


อธิบายหะดิษ


สำหรับมุสลิมนั้น พวกเขาเป็นประชาชาติที่มีคุณลักษณะโดดเด่นเหนือหมู่ชนอื่น ๆ โดยบทบัญญัติของอิสลามนั้นเป็นบทบัญญัติที่อัลลอฮ์ทรงกำหนดให้เหนือกว่าบทบัญญัติใดในโลก ท่านนบี ‎ﷺ ให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการรักษาความโดดเด่นและความประเสริฐนี้ ด้วยเหตุนี้ ท่านจึงกำชับให้มุสลิมแสดงออกถึงเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากพวกอะฮ์ลุ้ลกิตาบ (ยิวและคริสต์) และเตือนให้ระมัดระวังการเลียนแบบหรือดำเนินตามแบบอย่างของพวกเขา


ในหะดิษบทนี้ ท่านนบี ‎ﷺ ได้กล่าวถึงสภาพของประชาชาติในอนาคต ที่ในช่วงเวลาหนึ่งพวกเขาจะเดินตามแนวทางของพวกยิวและคริสต์ ที่พวกนี้ได้บิดเบือนเปลี่ยนแปลงศาสนาของพวกเขาเอง โดยเป็นการรับเอาแนวทางของพวกอารมณ์นิยมและพวกอุตริมาใช้ และละทิ้งแนวทางที่แท้จริงของอิสลามและซุนนะห์ของท่านนบี ‎ﷺ


โดยท่านนบี ‎ﷺ ได้กล่าวว่า :

لَتَتَّبِعُنَّ سَنَنَ الَّذِينَ مِنْ قَبْلِكُمْ

“ต่อไปพวกท่านจะปฏิบัติตามแนวทางของผู้ที่มาก่อนพวกท่าน”


คำว่า (سنن) หมายถึง แนวทาง หรือ การกระทำ ซึ่งในที่นี้หมายถึงแนวทางของพวกยิวและคริสต์ในด้านพฤติกรรมและการใช้ชีวิต โดยมุสลิมจะดำเนินตามพวกเขาในทุกแง่มุมอย่างละเอียด และละทิ้งแนวทางซุนนะห์ของท่านนบี ‎ﷺ ท่านนบี ‎ﷺ จึงได้ฉายภาพให้เห็นถึงการที่ประชาชาติของท่านจะดำเนินตามพวกเหล่านี้แบบไม่ลืมหูลืมตา


โดยท่านนบี ‎ﷺ ได้กล่าวต่อว่า

شِبرًا بِشبرٍ، وذِراعًا بذِراعٍ حَتَّى لَوْ دَخَلُوا فِي جُحْرِ ضَبٍّ لَاتَّبَعْتُمُوهُمْ

“(มุสลิมจะดำเนินตามพวกยิวและคริสต์)ทีละคืบ ทีละศอก แม้กระทั่งพวกเขาเข้าไปอยู่ในรูของแย้ พวกท่านก็เข้าตามไปด้วย”


ประโยคนี้ เป็นการเปรียบเปรยถึงการที่มุสลิมจะเห็นดีเห็นงามกับพวกยิวและคริสต์แทบทุกด้าน และดำเนินตามพวกเขาทั้งในด้านจารีตประเพณี ด้านธรรมเนียมปฏิบัติ กระทั่งว่าหากพวกยิวและคริสต์มุดเข้าไปอยู่ในรูแย้ มุสลิมก็จะกระเสือกกระสนตามเข้าไปอยู่ในรูแย้นั้นด้วย


ซึ่งการที่ท่านนบี ‎ﷺ เจาะจงกล่าวถึงรู้แย้ ก็เนื่องจากความแคบของรูที่แคบสุด ๆ และลักษณะของมันที่ดูไม่ดีนัก ทั้งที่รูก็แคบแบบนี้ หากพวกยิวและคริสต์มุดเข้าไปอยู่ในนั้นที่แสนคับแคบและน่าสะอิดสะเอียน บรรดามุสลิมก็ยังคงเห็นดีเห็นงามตามเข้ารูไปด้วย


หะดิษบทนี้ถือเป็นมุอ์ญิซาต (สิ่งน่าอัศจรรย์) ของท่านนบี ‎ﷺ ที่สิ่งที่ท่านกล่าวไว้ได้เกิดขึ้นจริงในยุคสมัยนี้ โดยเฉพาะในยุคท้าย ๆ ที่มุสลิมจำนวนมากหันไปปฏิบัติตามแนวทางของผู้ที่เป็นศัตรูของอัลลอฮ์ ทั้งในเรื่องจารีต ธรรมเนียมปฏิบัติ และจรรยามารยาทของพวกเขา บรรดามุสลิมได้ปฏิบัติตามอย่างหลับหูหลับตา ทั้งในด้านเครื่องแต่งกาย ด้านลักษณะเฉพาะของศาสนา และการร่วมเฉลิมฉลองในวันรื่นเริงของพวกเขา รวมถึงการเลียนแบบจรรยามารยาทที่ต่ำทรามและจารีตที่ขัดต่อหลักการอันบริสุทธิ์สะอาดของอิสลาม


พฤติกรรมเหล่านี้เป็นผลให้ศัตรูของอิสลามมีชัย เพราะผู้ที่พ่ายแพ้มักเลียนแบบผู้ที่ชนะ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ การที่มุสลิมบางคนเข้าร่วมในวันรื่นเริงหรือเฉลิมฉลองของพวกยิวและคริสต์ ซึ่งจัดขึ้นในวาระเฉพาะเจาะจง (2) นี่คือความอัปยศอดสูของมุสลิมที่เลียนแบบศัตรูของอัลลอฮ์ โดยไม่ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาเอกลักษณ์และความบริสุทธิ์ของอิสลาม


(1) ศ่อฮีฮ์มุสลิม : 2669 (8/57).

(2) อัลเมาซูอะฮ์ อัลหะดิษียะฮ์.