จงมีตักวาและมีมารยาท

ท่านร่อซู้ล ﷺ ได้กล่าวว่า :
اتَّقِ اللَّهَ حيثُ ما كنتَ ، وأتبعِ السَّيِّئةَ الحسنةَ تمحُها ، وخالقِ النَّاسَ بخلقٍ حسنٍ
‘‘จงยำเกรงต่ออัลลอฮ์ไม่ว่าท่านจะอยู่ที่ใดก็ตาม และจงติดตามความผิดด้วยการปฏิบัติความดีงาม เพราะความดีนั้นย่อมลบล้างความผิดได้ และจงปฏิบัติต่อผู้คนด้วยมารยาทที่ดีงาม’’ (อัตติรมิซีย์ : 1987)
ท่านอิบนุ้ล กอยยิม - ร่อฮิม่าฮุ้ลลอฮ์ - ได้กล่าวว่า :
جمع النبيُّ صلـى الله عليـه وسلم، بينَ تقوى اللهِ وحُسن الخُـلُقِ؛ لأَنَّ.تقوى اللهِ تُصْلحُ ما بيـنَ العبدِ وبيـنَ ربِّهِ وحُسنَ الخلقِ يُصْـلِـحُ مابينَـه وبيـنَ خلقِـهِ: فتقوى اللهِ توجبُ له.محبّةَ اللهِ وحُسنُ الخلقِ يدعوا النَّاسَ إلى محبّتِهِ
" ท่านนบีมุฮัมมัด ﷺ ได้รวมระหว่างการยำเกรงต่ออัลลอฮ์และการมีมารยาทที่ดีงามเข้าด้วยกัน ; นั่นเพราะการยำเกรงต่ออัลลอฮ์จะช่วยปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างบ่าวกับพระเจ้าของเขา ส่วนการมีมารยาทที่ดีจะช่วยปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างเขากับผู้คนรอบข้าง ดังนั้นการยำเกรงต่ออัลลอฮ์จะทำให้ตัวเขาได้รับความรักจากอัลลอฮ์ ส่วนการมีมารยาทที่ดีจะทำให้ผู้คนหันมารักเขา"
(ฟะวาอิดุ้ลฟะวาอิด : 180)
สรุปบทเรียนสำคัญ
1. การยำเกรงต่ออัลลอฮ์คือหัวใจสำคัญของการดำเนินชีวิตตามแนวทางของอิสลาม การยำเกรงต่ออัลลอฮ์ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ตามจะช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบ่าวกับพระเจ้าให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น และจะนำพาบ่าวสู่การได้รับความรักจากอัลลอฮ์
2. การมีมารยาทที่ดีงามไม่เพียงแต่ช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างบ่าวกับผู้คนรอบข้างเท่านั้น แต่ยังเป็นสาเหตุให้ผู้คนรอบข้างรักและเคารพในตัวเรา ซึ่งถือเป็นหลักการสำคัญในการดำรงชีวิตในสังคม
3. การปฏิบัติความดีหลังจากที่พลั้งพลาดกระทำความผิดจะช่วยลบล้าบาปจากความผิดนั้นได้ ซึ่งเป็นการเตือนสติเราให้หมั่นทำความดีอย่างสม่ำเสมอ เพื่อรักษาความบริสุทธิ์และเพื่อยกระดับตนเอง
4. การผสมผสานระหว่างความยำเกรงต่ออัลลอฮ์และการมีมารยาทที่ดีงามเป็นสิ่งที่ท่านนบีมุฮัมมัด ﷺ ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากทั้งสองสิ่งนี้มีบทบาทสำคัญในการสร้างสมดุลระหว่างความสัมพันธ์ของบ่าวกับพระผู้เป็นเจ้าและความสัมพันธ์ระหว่างบ่าวกับผู้คนรอบข้าง