สถานะและความประเสริฐของเตาฮีดอัลอุลูฮียะฮ์

อะไรคือสถานะด้านความประเสริฐของเตาฮีด อัลอุลูฮียะฮ์ ?
💬 คำตอบ
สถานะด้านความประเสริฐของเตาฮีดอัลอุลูฮียะฮ์ มีด้วยกันดังนี้
1. เตาฮีด อัลอุลูฮียะฮ์ คือ การทำให้คำปฏิญาณที่ยืนยันว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่แท้จริงนอกจากอัลลอฮฺ และแท้จริงท่านนบีมุฮัมหมัดคือศาสนทูตของอัลลอฮ์นั้นเป็นคำปฏิญาณที่ถูกต้องแท้จริง
ท่านอิบนุ ตัยมียะฮ์ - ร่อฮิม่าฮุ้ลลอฮ์ - ได้กล่าวว่า :
“ชาวสะลัฟและบรรดาอิม่าม(ปราชญ์ซุนนะฮ์ผู้เที่ยงธรรม)นั้น ต่างเห็นพ้องว่าสิ่งแรกที่ปวงบ่าวทั้งหลายถูกสั่งใช้นั้นคือ การปฏิญาณตนทั้งสอง” (๑)
และท่านยังได้กล่าวอีกว่า
“รากฐานของอิสลามคือการปฏิญาณตนว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ์ และแท้จริงนบีมุฮัมมัดนั้นเป็นศาสนทูตของพระองค์ , ฉะนั้นใครที่แสวงหาการอิบาดะฮ์ต่ออัลลอฮ์ด้วยการโอ้อวด แน่นอนว่ายังไม่ถือว่าเขาคือผู้ที่ทำให้คำปฏิญาณตนที่ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ์นั้น บรรลุเป้าหมายที่แท้จริง และใครที่ออกนอกจากสิ่งที่ท่านร่อซู้ล ﷺ ได้สั่งใช้ในเรื่องของหลักการ (ชะรีอะฮ์) และไปอิบาดะฮ์ต่ออัลลอฮ์ด้วยการทำบิดอะฮ์ (อุตริกรรมในศาสนา) ก็ไม่ถือว่าเขาได้บรรลุเป้าหมายของการปฏิญาณตนว่านบีมุฮัมมัดคือศาสนทูตของอัลลอฮ์ แต่ทว่าผู้ที่จะบรรลุเป้าหมายของสองคำปฏิญาณนี้นั้น คือผู้ที่ไม่สักการะสิ่งใดนอกจากอัลลอฮ์ และไม่ออกจากหลักการของท่านร่อซู้ล ﷺ ที่ท่านได้นำมาเผยแพร่“ (๒)
2. เตาฮีด อัลอุลูฮียะฮ์นั้นคือสิ่งที่ทำให้บ่าวบรรลุถึงเป้าหมายที่แท้จริงของการสร้างมนุษย์ ก็คือ การเคารพสักการะอัลลอฮฺเพียงองค์เดียว
อัลลอฮ์ ตะอาลา ตรัสว่า :
وَمَا خَلَقْتُ الْجِنَّ وَالْإِنسَ إِلَّا لِيَعْبُدُونِ
“และเรามิได้บังเกิดญินและมนุษย์มาเพื่อสิ่งอื่นใด นอกจากเพื่อให้พวกเขาเคารพสักการะต่อข้า” (อัลกุรอ่าน 51:56)
ท่านอิบนุ ตัยมียะฮ์ - ร่อฮิมีาฮุ้ลลอฮ์ - ได้กล่าวว่า :
“อัตเตาฮีด คือรากฐานของอิสลาม คือศาสนาของอัลลอฮ์ ที่พระองค์ได้ทรงส่งมาให้แก่บรรดาศาสนทูตของพระองค์ทุกคน และด้วยการมีเตาฮีดนี้ พระองค์ทรงสร้างมนุษย์และญิน (คือ สร้างมนุษย์และญินเพื่อให้พวกเขามีเตาฮีดต่ออัลลอฮ์) ซึ่งคือสิทธิ์ที่พึงได้ของพระองค์ต่อปวงบ่าว นั่นคือ การที่พวกเขาจะต้องเคารพสักการะพระองค์เพียงผู้เดียว โดยไม่ตั้งภาคีต่อพระองค์” (๓)
3. บรรดาร่อซู้ลทั้งหลายต่างเรียกร้องไปสู่เตาฮีดอัลอุลูฮียะฮ์เป็นลำดับแรก
อัลลอฮ์ ตะอาลา ได้ตรัสว่า :
وَلَقَدْ بَعَثْنَا فِي كُلِّ أُمَّةٍ رَّسُولًا أَنِ اعْبُدُوا اللَّهَ وَاجْتَنِبُوا الطَّاغُوتَ
“และโดยแน่นอน เราได้ส่งร่อซู้ลมาในทุกประชาชาติ (โดยบัญชาว่า) “พวกท่าจงเคารพภักดีอัลลอฮ์ และจงหลีกหนีให้ห่างจากพวกฏอฆูต(สิ่งที่ถูกให้การเคารพบูชาทั้งหลายอื่นจากอัลลอฮ์)” (อัลกุรอ่าน 16:36)
ท่านอิม่าม อัชเชากานีย์ - ร่อฮิม่าฮุ้ลลอฮ์ - ได้กล่าวว่า :
“อัลลอฮ์ ตะอาลา มิได้ส่งบรรดาร่อซู้ลของพระองค์มาเพื่ออื่นใด และมิได้ประทานคัมภีร์ให้แก่พวกเขาเพื่ออื่นใด นอกจากเพื่อให้มีความบริสุทธิ์ต่อการให้เอกภาพแด่อัลลอฮ์ และการทำให้พระองค์นั้นคู่ควรแก่การอิบาดะฮ์เพียงผู้เดียว” (๔)
4. เตาฮีด อัลอุลูฮียะฮ์ ถือเป็นเตาฮีดที่ประกอบไปด้วยเตาฮีด อัรรุบูบียะฮ์ และเตาฮีด อัลอัสมาอ์วัศศิฟาต ในคราเดียวกัน
ผู้ใดที่เคารพสักการะต่ออัลลอฮ์เพียงองค์เดียว และเชื่อมั่นว่าพระองค์คือผู้ที่เหมาะสมแก่การเคารพสักการะ มันย่อมบ่งบอกเป็นนัยว่าเขาคือผู้ที่ศรัทธาต่ออัลลอฮ์ทั้งด้านเตาฮีดอัรรุบูบียะฮ์ และเตาฮีดอัลอัสมาอ์วัสศิฟาต ; เพราะไม่มีใครคนใดกระทำเช่นนี้ได้ นอกจากเขาคนนั้นจะต้องเชื่อมั่นว่าอัลลอฮ์คือพระผู้ทรงสร้างพวกเขา ทรงให้ปัจจัยยังชีพแก่พวกเขา ทรงบริหารจัดการสิ่งต่าง ๆ ในกิจการของพวกเขา และอื่น ๆ จากนี้ที่เกี่ยวเนื่องกับเตาฮีดอัรรุบูบียะฮ์ และเช่นกันเขาจะต้องเชื่อมั่นว่าอัลลอฮ์นั้นมีพระนามอันวิจิตรศิลป์และคุณลักษณะอันสูงส่ง ที่บ่งบอกว่าคู่ควรแก่การเคารพสักการะโดยไร้การตั้งภาคีใด
5. การมีเตาฮีด อัลอุลูฮียะฮ์ คือสาเหตุที่ทำให้เข้าสวรรค์และรอดพ้นจากไฟนรก
อัลลอฮ์ ตะอาลา ตรัสว่า :
الَّذِينَ آمَنُوا وَلَمْ يَلْبِسُوا إِيمَانَهُمْ بِظُلْمٍ أُولَئِكَ لَهُمُ الْأَمْنُ وَهُمْ مُهْتَدُونَ
“บรรดาผู้ที่ศรัทธา โดยที่มิได้ให้การศรัทธาของพวกเขาปะปนกับการอธรรม นั้น ชนเหล่านี้แหละพวกเขาจะได้รับความปลอดภัย และพวกเขาคือผู้ได้รับทางนำ” (อัลกุรอ่าน 6:82)
ท่านสุลัยมาน อิบนุ อับดิ้ลลาฮ์ อาลชัยค์ ได้กล่าวว่า :
“โองการนี้ได้บ่งบอกถึงความประเสริฐของการมีเตาฮีด(ที่ถูกต้อง) และเตาฮีดคือสิ่งที่สามารถลบล้างความผิดบาปได้ ; เพราะผู้ที่มีเตาฮีดอย่างสมบูรณ์แน่นอนว่าเขาย่อมได้รับความปลอดภัยอย่างเต็มรูปแบบ และได้รับทางนำอันสมบูรณ์ และได้เข้าสวรรค์โดยไร้บทลงโทษ” (๕)
(๑) ดู “ดัรอุตตะอารุฎ บัยนัลอักลิ วัลนักลิ” (8/11)
(๒) ดู “มัจมูอ์ อัลฟะตาวา” (11/671)
(๓) ดู “ตัฟซีร มะกอติล อิบนิ ซุลัยมาน” (4/133)
(๔) ดู “อัลฟัตฮ์ อัรร็อบบานีย์ มิน ฟะตาวา อัลอิมาม อัชเชากานีย์” (1/173)
(๕) ดู “ตัยซีร อัลอะซีซ อัลฮะมีด” (51)