อิจฉาริษยาคือการคัดค้านการจัดสรรของอัลลอฮ์

ท่านฮาติม อัลอะศอม - ร่อฮิม่าฮุ้ลลอฮ์ - ได้กล่าวว่า :
“ฉันเห็นผู้คนต่างอิจฉาตาร้อนต่อกัน ทันใดนั้นฉันจึงพิจารณาถึงคำกล่าวของอัลลอฮ์ ﷻ ที่ว่า :
نَحْنُ قَسَمْنَا بَيْنَهُمْ مَّعِيشَتَهُمْ فِى ٱلْحَيَوٰةِ ٱلدُّنْيَا
“เราต่างหากที่เป็นผู้จัดสรรปัจจัยยังชีพของพวกเขาระหว่างพวกเขาในการมีชีวิตอยู่ในโลกนี้”
เช่นนี้ฉันจึงละทิ้งเรื่องการอิจฉาริษยาไปโดยปริยาย
เนื่องจากการอิจฉาริษยานั้นเป็นการเห็นค้านต่อการจัดสรรของอัลลอฮ์” [๑]
ท่านชัยคฺ อิบนุ อุซัยมีน - ร่อฮิม่าฮุ้ลลอฮ์ - กล่าวว่า :
“ไม่อนุญาตให้อิจฉาริษยาแม้กระทั่งกับคนกาเฟร (ผู้ปฏิเสธศรัทธา) เพราะในการอิจฉาริษยานั้น เป็นการปฏิเสธ(ไม่ยอมรับ)ต่อการกำหนดของอัลลอฮ์” [๒]
ท่านร่อซู้ล ﷺ ได้กล่าวว่า :
“การอีหม่าน และการอิจฉา สองสิ่งนี้จะไม่รวมกันอยู่ในหัวใจของผู้เป็นบ่าว” [๓]
◼️ นิยามการอิจฉา
การอิจฉาริษยา คือ การที่คนหนึ่งหวังที่จะให้นิอฺมะฮ์(ความโปรดของอัลลอฮ์) หายไปจากบุคคลหนึ่ง พร้อมกับหวังที่จะให้นิอ์มะฮ์นั้นเป็นของตน
บรรดานักวิชาการได้กล่าวว่า ที่เลวร้ายยิ่งกว่าก็คือ การที่คนหนึ่งหวังที่จะให้นิอฺมะฮ์(ความโปรดของอัลลอฮ์) หายไปจากบุคคลหนึ่ง โดยที่ตนเองก็ไม่ได้ต้องการสิ่ง ๆ นั้น เพียงแต่ต้องการให้นิมะฮ์นั้นหายไปจากคนอื่นเฉยๆ แต่กระนั้นก็ตามทั้งสองแบบนี้คือหนึ่งในบาปใหญ่ที่ต้องหลีกห่าง
ซึ่งในการอิจฉาริษยาตามนิยามข้างต้นนี้นั้น มันแอบแฝงไปด้วยกับการเห็นคัดค้านต่อการกำหนดของอัลลอฮ์ แอบแฝงไปด้วยการไม่พึงพอใจต่อการจัดสรรปันส่วนของอัลลอฮ์ในเรื่องปัจจัยยังชีพ จนเป็นเหตุให้ผู้อิจฉามีความมุ่งหวังที่จะให้ปัจจัยยังชีพนั้นสูญสลายไปจากเจ้าของ เมื่อเห็นพี่น้องได้ดีก็อึดอัดคับแค้นใจ และเมื่อเห็นพี่น้องทุกข์ยากก็ปลาบปลื้ม ซึ่งที่ชั่วร้ายที่สุดก็คือความต้องการที่จะให้บุคคลหนึ่งล่มจม ย่อยยับ สิ้นเนื้อประดาตัวจากการได้รับปัจจัยยังชีพ โดยที่ตนเองก็ไม่ต้องต้องการปัจจัยยังชีพนั้น เพียงแต่หมั่นไส้บุคคลหนึ่ง , นี่คือบาปที่อันตรายยิ่งที่ซ่อนเร้นอยู่ในจิตใจ จึงจำเป็นที่ผู้ศรัทธาจะต้องออกห่างโดยด่วน.
◼️ ส่วนในประเด็นของ “อัลฆิบเฏาะฮ์ / الغبطة”
อัลฆิบเฏาะฮ์ คือการที่คนหนึ่งหวังที่จะได้รับปัจจัยยังชีพหนึ่งเฉกเช่นที่ผู้อื่นได้รับ และถึงแม้ว่าเขาจะได้รับปัจจัยยังชีพนั้นหรือไม่ก็ตาม เขาก็ไม่เกิดความรู้สึกที่อยากจะให้ปัจจัยยังชีพนั้นหายไปจากคนอื่น , ซึ่งกรณีนี้ถือว่าอนุญาตให้กระทำได้
อีกทั้งยังเป็นผลบุญความดีได้เช่นกัน หากคนหนึ่งเห็นคนดี จากนั้นเขาก็มีความมุ่งหวังอยากจะเป็นคนดีเหมือนคนคนนั้น หรือเห็นคนที่มีความรู้ที่เผยแพร่ความรู้ศาสนา จากนั้นเขาก็อยากมีความรู้แบบคนคนนั้นเพื่อเป้าหมายในการสร้างประโยชน์แก่ผู้คน หรือเห็นคนร่ำรวยที่บริจาคทรัพย์ไปในหนทางศาสนา เขาจึงอยากร่ำรวยเพื่อจะได้ใช้จ่ายทรัพย์สินของเขาในด้านศาสนา , เหล่านี้ไม่ถือเป็นการอิจฉา แต่คือการมุ่งหวังในความดีงาม.
[๑] ตำรา / มุคตะศอร มินฮาจ อัลกอซิดีน , หน้า 28.
[๒] ตำรา / ชัรฮ์ อัลบุคอรีย์ , เล่ม 1 หน้า 276.
[๓] ตำรา / ศอฮีฮ์ อัลญามิอฺ , หมายเลข 7620



