กลุ่มชนที่รอดปลอดภัย (อัลฟิรเกาะฮ์อันนาญียะฮ์)

อัลฟิรเกาะฮ์ อันนาญียะฮ์ (الفرقة الناجية / กลุ่มชนที่รอดพ้น) ที่มันถูกเรียกว่าฟิรเกาะฮ์ ก็เพราะว่า(ชื่อนี้)คือกลุ่มชนกลุ่มหนึ่ง และเนื่องจากกลุ่มชนนี้(มีจุดยืน)ที่ตรงกันข้ามกับกลุ่มต่าง ๆ ซึ่งคำว่า (الفرقة الناجية) ไม่ได้มีปรากฏอยู่ในหะดิษ ทว่าบรรดานักวิชาการได้พิจารณารับเอาคำ ๆ นี้เนื่องจากมีหะดิษจากท่านมุอาวิยะฮ์ และศ่อฮาบะฮ์ท่านอื่น ๆ ในหะดิษอันเป็นที่เลื่องลือ ว่าด้วยเรื่องการแตกแขนงของประชาชาติ ซึ่งท่านนบี ﷺ กล่าวว่า :
“พวกยะฮูดได้แตกออกเป็น 71 จำพวก ฉะนั้นจำพวกหนึ่งอยู่ในสวรรค์ส่วนจำนวน 70 ที่เหลืออยู่ในนรก และพวกนะศอรอได้แตกออกเป็น 72 จำพวก ดังนั้น 71 จำพวกอยู่ในนรก และจำพวกเดียวที่อยู่ในสวรรค์ และขอสาบานต่อผู้ที่ชีวิตของมุฮัมมัดอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ว่า ประชาชาติของฉันจะแตกออกเป็น 73 จำพวก จำพวกเดียวเท่านั้นที่เข้าสวรรค์ และ 72 จำพวกอยู่ในนรก” ได้ถูกกล่าวว่า : โอ้ท่านร่อซู้ลของอัลลอฮ์ พวกเหล่านั้น(กลุ่มที่รอด)คือใครครับ ? ท่านร่อซู้ล ﷺ ได้ตอบว่า : คืออัลญะมาอะฮ์” [๑]
ดังนั้นเป็นที่เข้าใจได้จากหะดิษบทนี้ว่ากลุ่มที่เป็นอัลญะมาอะฮ์นั้น คืออัลฟิรเกาะฮ์ อันนาญียะฮ์ (กลุ่มชนที่รอดพ้น) และกลุ่มอื่น ๆ นอกเหนือจากนี้คือกลุ่มชนที่วิบัติหายนะ ด้วยเหตุนี้เองบรรดานักวิชาการจึงกล่าวถึงคุณลักษณะของผู้ที่มีหลักความเชื่อที่ถูกต้องและอยู่ร่วมกับอัลญะมาอะฮ์ว่า เขานั้นคือหนึ่งในกลุ่มชนที่รอดพ้น และการให้คุณลักษณะกลุ่มนี้ว่าเป็นกลุ่มที่รอดพ้น (الناجية) นั้น ก็หมายถึง รอดปลอดภัยจากไฟนรก ซึ่งคือกลุ่มที่รอดพ้นจากบทลงโทษของอัลลอฮ์ในดุนยา จากประเภทต่าง ๆ ของบทลงโทษทั้งหลาย และรอดพ้นจากความโกรธกริ้วของพระองค์ และรอดพ้นจากไฟนรกในโลกหน้าอาคิเราะฮ์ เพราะท่านร่อซู้ล ﷺ ได้เคยกล่าวว่า :
“ทั้งหมด (กลุ่มชนที่แตกออกไป 72 จำพวก) อยู่ในนรก เว้นเสียแต่กลุ่มชนเดียว นั่นก็คืออัลญะมาอะฮ์” [๒]
ดังนั้นทุกกลุ่ม(ไม่ว่าจะกลุ่มใดก็ตาม) ได้ถูกสัญญาว่าจะต้องพบกับความวิบัติ แต่กลุ่มชนนี้ (الجماعة / อัลญะมาอะฮ์) คือกลุ่มชนที่รอดพ้น
ดังนั้นคำว่า (الناجية / รอดพ้น) คือคุณลักษณะของกลุ่มชนนี้ในโลกหน้าอาคิเราะฮ์ หมายถึง รอดพ้น(จากไฟนรก)ในโลกหน้าอาคิเราะฮ์ ส่วนคุณลักษณะของกลุ่มชนนี้ในดุนยาคือ (المنصورة / ถูกช่วยเหลือ) ตามที่ชัยคุ้ล อิสลาม อิบนุ ตัยมียะฮ์ ได้เคยกล่าวไว้ เป็นคำให้คุณลักษณะถึงกลุ่มชน (อัลญะมาอะฮ์) ด้วยกับสองคุณลักษณะว่า :
“นี่คือหลักความเชื่อของกลุ่มชนที่ #รอดพ้น #ที่ถูกช่วยเหลือ” [๓]
ฉะนั้น อะลุ้ซซุนนะฮ์ วัลญะมาอะฮ์ พวกเขาเหล่านั้นคือ กลุ่มชนที่รอดพ้นและพวกเขาก็คือกลุ่มชนที่ถูกช่วยเหลือ ซึ่งกลุ่มชนที่รอดพ้น الفرقة الناجية กับกลุ่มชนที่ถูกช่วยเหลือ الطائفة المنصورة มีความหมายเชิงลักษณะเดียวกัน ทว่าคุณลักษณะที่ว่า (รอดพ้น) นั้น เป็นการพิจารณาในด้านโลกอาคิเราะฮ์ และเช่นกันหมายถึงรอดพ้นในโลกดุนยาด้วย และคุณลักษณะที่ว่า (ถูกช่วยเหลือ) เป็นการพิจารณาในด้านโลกดุนยา
ท่านร่อซู้ล ﷺ ได้กล่าวว่า :
“จะยังมีประชาชาติของฉันกลุ่มหนึ่งที่จะยืนหยัดอยู่บนสัจธรรมความจริง ซึ่งผู้ที่ขัดแย้งกับพวกเขาจะไม่สามารถก่ออันตรายใด ๆ กับพวกเขาได้ จนกระทั่งพระบัญชาของอัลลอฮ์ได้มาถึง” [๔]
นี่คือกลุ่มชนที่ถูกช่วยเหลือ (ฏออิฟะห์ มันซูเราะฮ์) ซึ่งพวกเขาคือผู้ที่ยืนหยัดบนสัจธรรมความถูกต้อง เป็นผู้ถูกช่วยเหลือ โดยอัลลอฮ์จะทรงช่วยเหลือพวกเขาให้รอดพ้นจากผู้ที่เป็นศัตรูกับพวกเขา บางทีอาจเป็นการช่วยเหลือด้วยกับหลักฐาน(ข้อเท็จจริง) คือการช่วยเหลือในแง่ของการอธิบายแถลงไข หรือบางทีก็ด้วยกับคมหอกคมดาบ คือการช่วยเหลือในด้านคมหอบคมดาบ หากมีการต่อสู้เกิดขึ้น นี่คือสิ่งที่จะไม่แคล้วคลาดไปได้จากอะลุซซุนนะฮ์วัลญะมาอะฮ์.
ท่านอิม่ามอะหมัด ได้กล่าวเจาะจงถึงกลุ่มชนที่รอดพ้น ที่ถูกช่วยเหลือ (الفرقة الناجية المنصورة) ไว้ว่า :
“หากพวกเขาเหล่านี้ไม่ใช่อะฮ์ลุ้ลหะดิษ (ชาวหะดิษ) ฉันก็ไม่รู้แล้วว่าจะเป็นใครอื่น” [๕]
เนื่องจากอะฮ์ลุ้ลหะดิษในสมัยท่านอิม่ามอะหมัด พวกเขาดำรงมั่นอยู่บนการช่วยเหลือศาสนาของพวกเขา ปกป้องหลักความเชื่อที่ถูกต้อง ตอบโต้พวกที่ขัดแย้ง (กับสัจธรรมความถูกต้อง) และพวกอุตริทั้งหลาย ที่พวกนี้ได้นำสิ่งใหม่ ๆ ที่ไม่ใช่หลักการศาสนาเข้ามาในอิสลาม และพวกนี้บิดเบือนบรรดาถ้อยคำให้เหออกจากตำแหน่งเดิมของมัน.
ท่านอิม่ามอัลบุคอรีย์ - ร่อฮิม่าฮุ้ลลอฮ์ - ได้กล่าวถึงหะดิษอิฟติรอก (หะดิษที่บรรยายถึงการแตกแขนงของประชาชาติ) ว่า :
“อัลญะมาอะฮ์ พวกเขาคือบรรดาผู้รู้” [๖]
ฉะนั้นกลุ่มชนที่รอดพ้นที่ถูกช่วยเหลือ พวกเขาคือชาวหะดิษ ตามที่นักวิชาการส่วนมากได้ให้ทัศนะไว้ และพวกเขาคือผู้รู้ คือผู้ที่มีหลักเชื่อมั่นที่ถูกต้อง ดังนั้นใครที่มีหลักความเชื่อที่ถูกต้อง เขาคือผู้ที่รอดพ้น(จากไฟนรก)ด้วยสัญญาจากอัลลอฮ์ที่มีต่อเขา และสัญญาจากท่านร่อซู้ล ﷺ ที่มีต่อเขา และเขาคือผู้ที่ถูกช่วยเหลือทั้งในดุนยาและอาคิเราะฮ์
ชัยคฺ ศอลิฮ์ อาลชัยค์ - หะฟิศ่อฮุ้ลลอฮ์ -
ที่มา : ตำรา / อัลลาลิอุ อัลบะฮียะฮ์ ฟีชัรฮิ้ลอะกีดะฮ์ อัลวาศิฏียะฮ์ หน้า 70-73
[๑] หะดิษว่าด้วยการแตกแขนงของประชาชาติ ซึ่งมีกระแสรายงานมากมายจากศ่อฮาบะฮ์ที่แตกต่างกันไป โดยรูปคำนั้นมีความใกล้เคียงกัน ซึ่งถูกรายงานทั้งจากท่านอบีฮุรอยเราะฮ์, ท่านอนัส, ท่านสะอ์ บิน อบีวักกอศ, ท่านมุอาวียะฮ์, ท่านอัมร์ บินเอาฟ์ ท่านเอาฟ์ บิน มาลิก, ท่านอุมามะฮ์, ท่านญาบิร บิน อับดิ้ลลาฮ์, ท่านอับดุลลอฮ์ บิน อัมร์ บันทึกโดยอบูดาวูด : (4596,4597), ติรมิซีย์ (2640), อิบนุมาญะฮ์ (3991,3992,3993), อะหมัดในมุสนัด (2/332) (3/120).
[๒] สุนัน อิบนิมาญะฮ์, บท : กิตาบอัลฟิตั่น, ภาค : อิฟติรากุ้ลอุมัม, หมายเลขหะดิษ : 3993, เล่ม 5 หน้า 472, หะดิษจากท่านอนัส บิน มาลิก, สถานะหะดิษ : ศอฮีฮ์.
[๓] ตำรา/ อัลอะกีดะฮ์ อัลวาศิฏียะฮ์
[๔] ศ่อฮีฮ์มุสลิม, หมายเลขหะดิษ : 1920, เล่ม 6 หน้า 52, หะดิษจากท่านเซาบาน.
[๕] บันทึกโดยอัลฮากิม ในหนังสือ “มะอ์ริฟะฮ์ อุลูมมิ้ลหะดิษ หน้า 2.
[๖] ตำรา/ ฟัตฮุ้ลบารีย์ เล่ม 13 หน้า 316.