สำนักพิมพ์รอซี่ย์RASY Publishing

เมื่อบาปแพร่หลายโดยไม่มีใครห้ามปราม

ภาพประกอบ: เมื่อบาปแพร่หลายโดยไม่มีใครห้ามปราม

เมื่อบาปเกิดขึ้นอย่างดาษดื่นโจ่งแจ้ง โดยไม่ได้รับการห้ามปราม , ไม่ได้รับการเปลี่ยนแปลงแก้ไข้ , แล้วอะไรจะเกิดขึ้น ?


อัลลอฮ์ ตะอาลา ตรัสว่า :

وَٱتَّقُوا۟ فِتۡنَةࣰ لَّا تُصِیبَنَّ ٱلَّذِینَ ظَلَمُوا۟ مِنكُمۡ خَاۤصَّةࣰۖ وَاعْلَمُوا أَنَّ اللَّهَ شَدِيدُ الْعِقَابِ

“และพวกเจ้าจงระวังการลงโทษ ซึ่งมันจะไม่ประสบกับบรรดาผู้อธรรมในหมู่พวกเจ้าแต่โดยเฉพาะเท่านั้น, และพึงรู้เถิดว่า แท้จริงอัลลอฮฺนั้น เป็นผู้รุนแรงในการลงโทษ” (อัลกุรอ่าน 8:25)

ท่านอุมัร บิน อับดิ้ลอะซีร - ร่อฮิม่าฮุ้ลลอฮ์ - ได้กล่าวว่า :

“แท้จริงอัลลอฮ์ ตะอาลา จะไม่ทรงลงโทษมวลมนุษย์ทั้งหมดในวงกว้างด้วยกับความผิดบาปที่เฉพาะเจาะจง แต่ทว่าเมื่อความชั่วร้ายถูกกระทำขึ้นอย่างเปิดเผยโจ่งแจ้ง นั่นพวกเขาก็สมควรแก่การถูกลงโทษทั้งหมด” [๑]

ท่านชัยค์ อับดุรเราะฮ์มาน อัสสะอ์ดีย์ - ร่อฮิม่าฮุ้ลลอฮ - ได้กล่าวอธิบายอายะฮ์นี้ ว่า :

“((และพวกเจ้าจงระวังการลงโทษ ซึ่งมันจะไม่ประสบกับบรรดาผู้อธรรมในหมู่พวกเจ้าโดยเฉพาะเท่านั้น)) แต่ทว่าบทลงโทษนี้จะมาประสบ ทั้งผู้ที่อธรรมฝ่าฝืน และผู้อื่นด้วยเช่นกัน ซึ่งหากว่าการอธรรม(ความชั่ว การล่วงละเมิดลิขสิทธิ์)ได้ปรากฏขึ้น แล้วมันไม่ได้รับการเปลี่ยนแปลงแก้ไข มันก็จะเป็นสาเหตุที่ทำให้บทลงโทษของพระองค์ครอบคลุมทั้งผู้ที่กระทำการฝ่าฝืน และผู้อื่นที่ไม่เกี่ยวข้องด้วยเช่นกัน, และบทลงโทษนี้จะถูกยับยั้งก็ด้วยกับการห้ามปรามกันให้ออกห่างจากความชั่ว และกำราบปราบปรามพวกคนชั่วหรือพวกที่สร้างความเสื่อมเสีย รวมถึงให้คอยระวังและกีดกันไม่ให้พวกเหล่านั้นสามารถที่จะเข้าถึงการฝ่าฝืนทั้งหลาย หรือการอธรรม ตราบเท่าที่มีความสามารถ” [๒]

ท่านชัยคฺ ศอและฮ์ อัลเฟาซาน - หะฟิศ่อฮุ้ลลอฮ์ - ได้กล่าวว่า :

“การเพิกเฉยต่อการนำหลัก [การสั่งใช้ในเรื่องความดีและห้ามปรามความชั่ว] มาปรับใช้ ถือเป็นอันตรายอย่างใหญ่หลวง , คือความอันตราย(ที่ก่อให้เกิด)ความพินาศ บทลงโทษ (ในวงกว้าง) และก่อเกิดความเสื่อมเสีย , ซึ่งหากไม่มีการสั่งใช้ในเรื่องความดีและการห้ามปรามในเรื่องความชั่วแล้วไซร้ , สังคมก็ย่อมที่จะพังพินาศเสื่อมเสียเป็นแน่นอน, การดำรงไว้ซึ่งการสั่งใช้ในความดีและห้ามปรามความชั่ว นับเป็นการปกป้องรักษาสังคมให้รอดพ้นจากความหายนะ , เพราะอัลลอฮ์จะไม่ทรงทำให้สังคมใดพินาศอย่างแน่นอน หากในสังคมนั้นมีการสั่งใช้ในความดีและห้ามปรามความชั่ว, ทว่าพระองค์จะทรงทำลายสังคมนั้นให้พินาศย่อยยับ หากในสังคมดังกล่าวไม่มีการสั่งใช้ในความดีและห้ามปรามความชั่ว

وَمَا كَانَ رَبُّكَ لِيُهْلِكَ ٱلْقُرَىٰ بِظُلْمٍ وَأَهْلُهَا مُصْلِحُونَ

“และพระเจ้าของเจ้าจะไม่ทรงทำลายหมู่บ้านโดยอธรรม โดยที่ประชากรของหมู่บ้านนั้นเป็นผู้ฟื้นฟูทำความดี” (อัลกุรอ่าน 11:117)

ผู้ที่ฟื้นฟู , อัลลอฮ์มิได้ตรัสว่า : คนดี , การมีอยู่ของคนดีเพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ , แต่จำเป็นที่คนดีเหล่านั้นจะต้องเป็นผู้ที่ฟื้นฟูสังคมด้วย .

อัลลอฮ์ ตะอาลา ตรัสว่า :

وَٱلَّذِينَ يُمَسِّكُونَ بِٱلْكِتَابِ وَأَقَامُواْ ٱلصَّلاَةَ إِنَّا لاَ نُضِيعُ أَجْرَ ٱلْمُصْلِحِينَ

“และบรรดาผู้ที่ยึดถือคัมภีร์ และดำรงไว้ซึ่งการละหมาดนั้น แท้จริงเราจะไม่ให้สูญไปซึ่งรางวัลของผู้ปรับปรุงแก้ไขทั้งหลาย” (อัลกุรอ่าน 7:170)

ผู้ปรับปรุงแก้ไขฟื้นฟู(สังคมให้ดีขึ้น)นั้น สำหรับพวกเขาย่อมได้รับผลตอบแทน(ความดี)อันยิ่งใหญ่ [๓]

ฉะนั้นผู้ศรัทธาทั้งหลายพึงสังวรตนเถิด และพึงเกรงกลัวว่าบางทีบทลงโทษจากอัลลอฮ์อาจจะเกิดขึ้นโดยมันไม่ได้จำกัดแค่ผู้ที่ฝ่าฝืนแต่เพียงเท่านั้น ทว่าบทลงโทษนั้นมันจะครอบคลุมผู้คนทั้งหมด ดังกล่าวนี้ก็อันเนื่องมาจากความชั่วในสังคมได้เกิดขึ้นอย่างดาษดื่น ราวกับเป็นเรื่องปกติ โดยทีความชั่วเหล่านั้นไม่ได้ถูกห้ามปราม ไม่ได้ถูกยับยั้งแต่อย่างใด

ฉะนั้นหน้าที่สำคัญสำหรับผู้ศรัทธาทั้งชายและหญิง คือการช่วยกันสร้างสังคมให้มีความเข้มแข็ง,ช่วยกันสั่งใช้ในเรื่องความดีและห้ามปราบในเรื่องความชั่ว ตราบเท่าที่เรามีความสามารถ , อย่าได้ปล่อยให้สิ่งชั่วร้ายเกิดขึ้นไม่เว้นวัน โดยที่เรายังคงนิ่งเฉยไม่ห้ามปรามซึ่งกันและกัน.


[๑] ตำรา / อัลมุวัฏเฏาะอ์ ของอิม่ามมาลิก.

[๒] ตำรา / ตัยซีร อัลกะรีมิ้รเราะฮ์มาน ฟี ตัฟซีริ กะลามมิ้ลมันนาน - ตัฟซีรอัสสะอ์ดีย์.

[๓] ตำรา / ตะอ์ลีก อะลาริซาละฮ์ วุญูบ อัลอัมร์ บิ้ลมะอ์รูฟ วันนะฮยฺ อะนิ้ลมุงกัร.

อ่านต่อในหัวข้อการสั่งใช้ความดีและห้ามปรามความชั่ว