เหตุใดการเฉลิมฉลองเมาลิดนบีจึงเป็นบิดอะฮ์?

เหตุใดการจัดงานเฉลิมฉลองเมาลิดนบีจึงเป็นบิดอะฮ์ ?
เหตุผลเพราะ
- ไม่มีตัวบทหลักฐานที่บ่งชี้ให้เฉลิมฉลองเมาลิดนบี ไม่มีแม้เพียงอายะฮ์อัลกุรอ่านสักหนึ่งอายะฮ์ ไม่มีแม้แต่หะดิษสักบท ไม่ว่าจะศ่อเฮียะฮ์หรือกระทั่งหะดิษฎ่ออีฟก็ตาม ไม่มีร่องรอยการกระทำใด ๆ จากศ่อฮาบะฮ์สักหนึ่งคน ไม่ว่าสายรายงานจะศ่อเฮียะฮ์หรือฎ่ออีฟ ไม่มีเลย
- ท่านร่อซู้ล ﷺไม่เคยจัดเฉลิมฉลองงานเมาลิดให้ตัวเอง หรือกระทั่งศ่อฮาบะฮ์คนใดก็ตาม แม้จะเป็นคนในวงศ์วานของท่านสักคน ก็ไม่เคยมีใครจัดงานเมาลิดให้ท่านนบี ﷺ เลยแม้แต่ครั้งเดียว !
- ท่านอบูบักร์ (ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ) ดำรงตำแหน่งค่อลีฟะฮ์เป็นระยะเวลา 2 ปี ท่านไม่เคยจัดงานเมาลิดให้ท่านนบีสักหน ทั้งที่ท่านคือ อัศศิดดีก (ผู้ที่สัจจริง) แห่งประชาชาติ คือสหายของท่านนบี ﷺ ที่อยู่ร่วมเคียงกายในถ้ำขณะหลบหนีพวกมุชริกีน !
- ท่านอุมัร (ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ) ดำรงตำแหน่งค่อลีฟะฮ์ 10 ปี ท่านไม่เคยจัดงานเมาลิดให้ท่านนบีสักหน ทั้งที่ท่านคือ ฟารูก แห่งประชาชาตินี้ ! (ผู้แบ่งแยกระหว่างความจริงและความเท็จ)
- ท่านอุษมาน (ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ) ดำรงตำแหน่งค่อลีฟะฮ์ 13 ปี ท่านไม่เคยจัดงานเมาลิดให้ท่านนบีสักหน ทั้งที่ท่านของซูนนูรรอยน์ (ผู้มีสองรัศมี) และคือบุคคลที่มีความละอายมากที่สุด !
- ท่านอลีย์ (ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ) ดำรงตำแหน่งค่อลีฟะฮ์ 4 ปี ท่านไม่เคยงานเมาลิดให้ท่านนบีสักหน ทั้งที่ท่านคือบุตรของลุงท่านนบี ﷺ และเป็นสามีของบุตรสาวท่านนบี ﷺ คือ ท่านหญิงฟาติมะฮ์ !
- ท่านมุอาวิยะฮ์ (ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ) ดำรงตำแหน่งเป็นกษัตริย์ แต่ท่านก็ไม่เคยจัดงานเมาลิดให้ท่านนบี ﷺ สักหน ทั้งที่ท่านคือผู้บันทึกวะฮีย์จากพระเจ้า และเป็นกษัตริย์ในอิสลามที่ดีที่สุด !
- ท่านฮะซันและฮุเซน (ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุมา) ทั้งสองไม่เคยจัดงานเมาลิดให้ผู้เป็นปู่ของท่าน (คือท่านนบี ﷺ) แม้แต่หนเดียว !
💡ท่านนบี ﷺ ได้เสียชีวิตลงในขณะที่จำนวนศ่อฮาบะฮ์มีมากกว่าหนึ่งแสนคน (ขออัลลอฮ์ทรงพอพระทัยพวกเขาทุกคน) และไม่มีผู้ใดในหมู่พวกเขาที่จัดงานเฉลิมฉลองเมาลิดใหท่านนบีเลย !
💡บรรดาตาบิอีน (ผู้เป็นลูกศิษย์ศ่อฮาบะฮ์) ที่อยู่ถัดจากบรรดาศ่อฮาบะฮ์ ก็ไม่เคยมีผู้ใดจัดงานเฉลิมฉลองเมาลิดให้ท่านนบีเลย !
💡บรรดาอิหม่ามทั้งสี่ ได้แก่ อบูฮะนีฟะฮ์ มาลิก อัชชาฟิอี และอะห์มัด ก็ไม่มีผู้ใดจัดงานเฉลิมฉลองเมาลิดให้ท่านนบี หากเมาลิดเป็นเรื่องที่ดีแล้วแน่นอนพวกเขาเหล่านี้ย่อมปฏิบัติกันก่อหน้าพวกเรา
💡หากการเข้าใจในตัวบทหลักฐานที่ถูกนำมาอ้างอิงโดยผู้ที่อนุญาตให้จัดงานเฉลิมฉลองเมาลิดนบีนั้น เป็นหลักฐานที่ถูกต้อง เช่น ยกเรื่องการถือศีลอดในวันจันทร์และอื่น ๆ , แน่นอนว่าบรรดาศ่อฮาบะฮ์และชาวสะลัฟย่อมจะต้องหยิบยกหลักฐานเหล่านั้นมาอ้างอิงเป็นแน่ แต่การที่พวกเขาไม่ได้นำความเข้าใจเช่นนี้มาอ้างเป็นหลักฐานนั้น ย่อมบ่งบอกอย่างชัดเจนว่าความเข้าใจนี้ที่มีต่อหลักฐานของพวกคุณเป็นความเข้าใจที่บิดเบือน !
💡เรากล่าวตามที่ท่านอิม่ามมาลิก (ร่อฮิมะฮุลลอฮ์) ได้กล่าวไว้ ความว่า : “สิ่งใดที่ไม่ได้เป็นศาสนาในยุคของท่านทนบี ﷺ และบรรดาศ่อฮาบะฮ์ สิ่งนั้นก็จะไม่เป็นศาสนาในวันนี้เช่นกัน“
💡เป็นที่ทราบกันว่า ท่านนบี ﷺ ได้จากโลกนี้ไปหลังจากที่อัลลอฮ์ได้ทรงทำให้ศาสนาของพระองค์สมบูรณ์ ! ดังที่พระองค์ตรัสไว้ว่า: “วันนี้ ข้าได้ทำให้ศาสนาของพวกท่านสมบูรณ์แล้ว และข้าได้ทำให้ความโปรดปรานของข้าครบถ้วนแก่พวกท่าน และข้าได้พอใจให้อิสลามเป็นศาสนาสำหรับพวกท่าน“ (อัลมาอิดะฮ์ 5:3)
💡ท่านนบี ﷺ ได้เตือนอย่างชัดเจนเกี่ยวกับการอุตริสิ่งใหม่ขึ้นในเรื่องศาสนา โดยท่านกล่าวว่า: ”ผู้ใดก็ตามที่อุตริสิ่งใดในกิจการของเรา (ศาสนา) ที่ไม่ได้มาจากมัน สิ่งนั้นก็จะถูกปฏิเสธ“
💡จงรู้ไว้เถิดว่า ยุคสมัยที่ดีที่สุดสามศตวรรษแรก (ยุคสะลัฟ) ทั้งหมดไม่เคยมีการเฉลิมฉลองเมาลิดให้ท่านนบี ﷺ เลยสักครั้ง !
ด้วยเหตุนี้ก็จะเข้าใจว่า ผู้ที่จัดเฉลิมฉลองเมาลิดให้ท่านนบี ﷺ พวกเขาไม่มีหลักฐานใด ๆ เลยที่ตัว ไม่ว่าจะจากอัลกุรอ่าน จากอัซซุนนะฮ์ หรืออิจมาอ์ หรือการกระทำของศ่อฮาบะฮ์, หรือการเทียบเคียง(กิยาส)ที่ถูกต้อง ไม่มีแม้แต่ตัวบทหลักฐานเดียว , ทั้งหมดที่พวกเขามีเป็นเพียงคำกล่าวของบรรดาของนักวิชาการที่ผิดพลาดในเรื่องนี้ ซึ่งพวกเขาก็ได้ปฏิบัติตามความผิดพลาดเหล่านั้น
📌 ถึงตรงนี้ เรามี 4 คำถาม ถึงผู้จัดงานเมาลิดให้ท่านนบี ﷺ ได้ร่วมคิดและตอบไปพร้อมกัน
คำถามที่หนึ่ง : การจัดงานเมาลิดนบีเป็นความดีหรือความชั่ว ?
- ถ้าคุณตอบว่าการจัดงานเมาลิดเป็นความชั่ว = คุณก็จะได้รับบาปจากการกระทำนี้ และเป็นอันจบเรื่องราว
- แต่ถ้าคุณตอบว่าการจัดงานเมาลิดเป็นความดีและเราจะได้รับรางวัลตอบแทนจากการกระทำนี้ = ถ้าตอบอย่างนี้ ก็จะเข้าสู่คำถามที่สอง
📍(ได้ข้อสรุปว่าเมาลิดนบีเป็นความดีและจะได้รับผลบุญตอบแทน)
คำถามที่สอง : ความดีนี้เป็นสิ่งที่ท่านนบี ﷺ รับรู้หรือไม่ ?
- ถ้าคุณตอบว่า ท่านนบี ﷺ ไม่รู้ = ก็เท่ากับเป็นการกล่าวหาว่าท่านนบีว่าโง่เขลา ไม่รับรู้ในสิ่งที่เป็นความดีงามในเรื่องอิบาดะฮ์ ก็เท่ากับหลงและเป็นอันจบเรื่อง
- แต่ถ้าคุณตอบว่าท่านนบี ﷺ รับรู้ = โอเค เข้าสู่คำถามที่สาม
📍(ได้ข้อสรุปว่า เมาลิดนบีเป็นความดีและนบีรับรู้)
● คำถามที่สาม : การจัดงานเมาลิดเป็นความดี ได้ผลบุญ และท่านนบี ﷺ ก็รับรู้ คำถามคือ ท่านนบี ﷺ ได้เผยแพร่ความดีนี้ให้ประชาติของท่านทราบหรือไม่ ?
- ถ้าคุณตอบว่า ท่านนบี ﷺ รับรู้ แต่ท่านไม่ได้เผยแพร่ความดีนี้ให้พวกเรา = ก็เท่ากับท่านกำลังกล่าวหาท่านนบีว่าจงใจปกปิดบางสิ่งบางอย่างที่เป็นความดีในอิสลาม และบิดพริ้วต่อวะฮีย์ที่ได้รับ ก็เท่ากับหลง เป็นอันจบเรื่องราว
- ถ้าคุณตอบว่า : ใช่ การจัดงานเมาลิดเป็นความดี นบีรับรู้ และเผยแพร่มัน = เราก็ขอถามว่า หลักฐานอยู่ไหนจากคำกล่าวของท่านนบี ﷺ ? จงนำมา หากท่านเป็นผู้สัจจริง ถ้าไม่มีก็เท่ากับท่านโกหก !
📍(ได้ข้อสรุปว่า เมาลิดนบีเป็นความดี นบีรับรู้และเผยแพร่ , ถ้าอย่างนั้นจงแสดงหลักฐานมา ถ้ามีก็แสดงว่าคุณสัตย์จริง แต่ถ้าหาไม่ได้ ก็เท่ากับคุณโกหก !)
และหากพวกคุณเสาะหาหลักฐานมาสนับสนุนการทำเมาลิดนบีจนได้ ! ก็เข้าสู่คำถามที่สี่
● คำถามที่สี่ : หลักฐานเหล่านี้ที่พวกคุณเสาะหามา มันหลุดพ้นจากความรู้ของบรรดาศ่อฮาบะฮ์และบรรดาตาบิอีน ตลอดจนชาวสะลัฟในช่วงสามศตวรรษไปได้อย่างไร ? แต่พวกคุณกลับรับรู้และค้นพบมัน ? หรือชาวสะลัฟรับรู้เกี่ยวกับหลักฐานนี้และเลือกที่จะไม่ปฏิบัติมัน แต่กลับเป็นพวกคุณเองที่ค้นพบและนำหลักฐานนั้นมาใช้ ? หรือพวกคุณอ้างหลักฐานขึ้นอย่างเลื่อนลอยตามอารมณ์ของพวกคุณโดยไม่มีหลักฐานชัดเจนที่ระบุถึงการอนุญาตจัดเมาลิดนบี จากนั้นก็นำหลักที่คุณอ้างมาแต่งเสริมประดับถ้อยเป็น “หลักฐาน“ ?!
เผยแพร่บนเพจครั้งแรกเมื่อ 14 ก.ย. 2567 และนำมาเผยแพร่ซ้ำ