เงื่อนไขของลาอิลาฮะอิ้ลลั้ลลอฮ์ ข้อ 1: ความรู้ (อัลอิลม์)

เงื่อนไขที่หนึ่ง] : อัลอิลม์ (العلم) “ความรู้”
คือ จำเป็นสำหรับมุสลิมทุกคนที่จะต้องรู้และเข้าใจถึงความหมายที่แท้จริงของคำกล่าวชะฮาดะฮ์ “ลาอิลาฮะ อิ้ลลั้ลลอฮ์” ทั้งในแง่ของการปฏิเสธ (نفي) คือการปฏิเสธสิ่งเคารพบูชาอื่นจากอัลลอฮ์ทั้งหมด และในแง่ของการยืนยัน (إثبات) คือการยืนยันว่าอัลลอฮ์เพียงองค์เดียวเท่านั้นที่คู่ควรแก่การเคารพสักการะ
อัลลอฮ์ ตะอาลา ได้ตรัสว่า :
فَاعْلَمْ أَنَّهُ لَا إِلَهَ إِلَّا اللَّهُ
“ฉะนั้นพึงรู้เถิดว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใด (ที่ถูกกราบไหว้โดยเที่ยงแท้) นอกจากอัลลอฮฺ” (อัลกุรอ่าน 47:19)
จากใจความโองการนี้ พระองค์อัลลอฮ์ได้ทรงบัญชาแก่ท่านนบีมุฮัมมัด ﷺ ให้รู้ว่า ไม่มีสิ่งใดที่คู่ควรแก่การเคารพบูชาโดยเที่ยงแท้นอกจากอัลลอฮ์ ดังนั้นการทำอิบาดะฮ์จะไม่ถือเป็นที่อนุญาต เว้นเสียแต่จะต้องอิบาดะฮ์ต่ออัลลอฮ์เพียงองค์เดียวเท่านั้น อื่นจากพระองค์หาได้คู่ควรแก่การอิบาดะฮ์ไม่
ท่านอิบนุ ญะรีร ได้อธิบายโองการข้างต้นนี้ว่า
“อัลลอฮ์ ตะอาลา ได้ตรัสกล่าวแก่ท่านนบีมุฮัมมัด ﷺ ว่า : จงรู้ไว้เถิดโอ้มูฮัมมัดว่าไม่มีผู้ใดที่คู่ควรแก่การเคารพสักการะหรือเหมาะสมแก่การสักการะบูชาที่จะอนุญาตให้เจ้า (มุฮัมมัด) หรือผู้ใดเคารพสักการะได้ นอกเสียจากอัลลอฮ์พระผู้ทรงสรรสร้างสิ่งถูกสร้างทั้งมวล พระผู้ทรงมีอำนาจเด็ดขาดเหนือทุกสิ่ง”
ดู ตัฟซีร อิบนิ ญะรีร (21/208)
ท่านร่อร่อซู้ล ﷺ ได้กล่าวว่า :
“ผู้ใดที่เสียชีวิตลง โดยเขารู้ว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใด (ที่ถูกเคารพกราบไหว้อย่างเที่ยงแท้) นอกจากอัลลอฮ์ (องค์เดียว) เขาย่อมได้เข้าสวรรค์”
ศ่อเฮียะฮ์ มุสลิม (26)
จากหะดิษบทนี้ ท่านร่อซู้ล ﷺ ได้ชี้แจงอย่างชัดเจนถึงความประเสริฐของการรู้ถึงเป้าหมายของกะลิมะตุ้ตเตาฮีด (ลาอิลาฮะอิ้ลลั้ลลอฮ์) และการได้สิ้นชีวิตลงบทความรู้และความเข้าใจต่อถ้อยคำนี้ ; ท่านจึงได้บอกว่า ใครที่เสียชีวิตลงโดยศรัทธามั่นในอัลลอฮ์ รู้ดีว่าอัลลอฮ์คือผู้ที่คู่ควรแก่การเคารพสักการะอย่างเที่ยงแท้เพียงผู้เดียว และการไปสักการะสิ่งอื่นจากอัลลอฮ์ คือเรื่องเท็จและชั่วช้า และเขาก็ได้ปฏิบัติตนให้สอดคล้องตามความรู้นี้ แน่นอนว่าเขาย่อมเข้าสวรรค์ด้วยพระมตตาของอัลลอฮ์
ดู ซาด อัลอิบาด (56)
