อัลอิอ์รอบและอัลบินาอ์: การผันและการคงรูปท้ายคำ

บทว่าด้วยอัลอิอ์รอบและอัลบินาอ์
ท่านผู้ประพันธ์ได้กล่าวว่า :
باب الإعراب: الإعراب هو تغيير أواخر الكلم؛ لاختلاف العوامل الداخخلة عليها لفظًا أو تقديرًا
“บทว่าด้วยอัลอิอ์รอบ : อัลอิอ์รอบ คือ การเปลี่ยนแปลงสภาพของสระท้ายคำ อันเนื่องมาจากความแตกต่างของปัจจัย (عامل) ที่เข้ามากระทำต่อคำนั้น ไม่ว่าจะปรากฏให้เห็นจริงในรูปคำ (لفظًا) หรือเป็นการสมมุติประมาณเอาไว้ (تقديرًا)”
คำอธิบาย
เมื่อผู้ประพันธ์ - ร่อฮิม่าฮุ้ลลอฮ์ - ได้กล่าวถึงชนิดของคำทั้งสาม ได้แก่ : คำนาม (الاسم) คำกริยา (الفعل) และตัวเชื่อม (الحرف) เสร็จสิ้นแล้ว ท่านจึงเริ่มอธิบายว่า คำแต่ละชนิดนั้น ส่วนท้ายสุดของคำย่อมไม่พ้นจากการเป็นคำที่มีอิอ์รอบ (الإعراب) หรือคำที่มีบินาอ์ (البناء)
ประการที่หนึ่ง : อัลอิอ์รอบ (الإعراب)
อัลอิอ์รอบ หมายถึง « การเปลี่ยนแปลงสภาพของสระท้ายคำ ; เนื่องจากความแตกต่างของปัจจัย (عامل) ที่เข้ามากระทำต่อคำนั้น »
กล่าวคือ สภาพของสระท้ายคำเปลี่ยนจาก สภาพร็อฟอ์ (رفع) ไปเป็นสภาพนัศบ์ (نصب) หรือเปลี่ยนเป็นสภาพญัรร์ (جر) ตามเหตุและปัจจัย (عامل) ที่เข้ามากระทำข้างหน้าคำ
ตัวอย่างเช่น ประโยคที่ว่า : قَامَ زَيْـدٌ (นายเซดได้ยืน) , หรือ رَأَيْتُ زَيْـدًا (ฉันเห็นนายเซด) , หรือ سَلَّمْتُ عَلَى زَيْـدٍ (ฉันให้สลามต่อนายเซด)
ในตัวอย่างทั้งสามประโยคนี้ เราจะสังเกตได้ว่า สระที่ตัวท้ายของคำว่า (زيد) มีความแตกต่างกัน นั่นก็เป็นเพราะตัวกระทำหรือตัวบังคับ ได้เข้ามามีผลทำให้สระท้ายคำมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป
- ในประโยคแรก คำว่า زَيْـدٌ อยู่ในสภาพรอฟอ์ (رفع) โดยมีสระดอมมะฮ์ที่ท้ายคำ ทั้งนี้เนื่องจากคำกริยา قَامَ (แปลว่า ได้ยืน) เป็นตัวกระทำ (عامل) ที่ทำให้คำว่า زَيْـدٌ อยู่ในสภาพรอฟอ์ ทั้งนี้เพราะ زَيْـدٌ คือประธานหรือผู้กระทำของโยค (فاعل)
- ในประโยคที่สอง คำว่า زَيْـدًا อยู่ในสภาพนัศบ์ (نصب) โดยมีสระฟัตฮะฮ์ที่ท้ายคำ ทั้งนี้เพราะคำกริยา رَأَيْتُ (แปลว่า ฉันเห็น) ที่ประกอบขึ้นจากกริยา + ประธานในประโยคนั้น เป็นตัวกระทำหรือเป็นตัวบังคับ (عامل) ที่ทำให้ความว่า زَيْـدًا อยู่ในสภาพนัศบ์ ทั้งนี้เพราะ زَيْـدًا คือ ผู้ถูกกระทำของประโยค (مفعول به / กรรม)
- ในประโยคที่สาม คำว่า زَيْـدٍ อยู่ในสภาพญัร (جر) โดยมีสระกัสเราะฮ์ปรากฏที่ท้ายคำ เพราะมีตัวกระทำคือ (عَلَى) ที่เป็นหนึ่งในอักษรคอฟด์ (خفض) เข้ามาส่งผลกระทบ ทำให้คำว่า زَيْـدٍ ต้องอยู่ในสภาพญัร และตัวมันเองคือ اسم مجرور (คำนามที่ตกสภาพญัร)
อนึ่ง การเปลี่ยนแปลงสระที่ท้ายคำนั้นแบ่งออกเป็นสองกรณี
1) แบบที่ปรากฏชัดในรูปคำ (ดังตัวอย่างที่ได้นำเสนอไปก่อนหน้านี้) เรียกว่า “ลัฟซีย์” (لفظي) เช่น การปรากฏของสระดอมมะฮ์ ฟัตฮะฮ์ และกัสเราะฮ์ ที่คำว่า زَيْد
2) แบบที่ไม่ปรากฏออกมา แต่อาศัยการสมมุติหรือประมาณเอาไว้ เรียกว่า “ตักดีรีย์” (تقديري) ตัวอย่างประเภทนี้ เช่น :
• ประโยคที่ว่า : قَامَ مُصْطَفَى (มุศตอฟาได้ยืน) , หรือ رَأَيْتُ مُصطفَى (ฉันเห็นมุศตอฟา) , หรือ سَلَّمْتُ عَلى مُصطفَى (ฉันให้สลามมุสตอฟา)
ข้อสังเกต : เราจะเห็นว่าในสระท้ายของคำว่า مصطفَى ต่างก็คงรูปลักษณะเดิมคือ (ــفَى) ทั้งในประโยคแรก ประโยคสองและสาม , ในกรณีนี้ให้สมมุติหรือประมาณสระเอาไว้ที่ท้ายคำ
- ประโยคแรก คำว่า مصطفَى อยู่ในสภาพรอฟอ์ (مرفوع) เพราะเป็นประธานผู้กระทำ (فاعل) โดยมีเครื่องหมายคือ “สระดอมมะฮ์ที่ถูกสมมุติขึ้น” (الضمة المقدرة) ปรากฏอยู่ท้ายคำ ด้วยสาเหตุคือ “التعذر” (การปรากฏตัวของสระจริงเป็นไปไม่ได้)
- ประโยคสอง คำว่า مصطفَى อยู่ในสภาพนัศบ์ (منصوب) เพราะมันคือผู้ถูกกระทำเป็นกรรม (مفعول به) โดยเครื่องหมายของมันคือ “สระฟัตฮฮ์ที่ถูกสมมุติขึ้น” (الفتحة المقدرة) ที่ปรากฏอยู่ท้ายคำ ด้วยสาเหตุคือ “التعذر” (การปรากฏตัวของสระจริงเป็นไปไม่ได้)
- ประโยคสาม คำว่า مصطفَى อยู่ในสภาพญัร (مجرور) ด้วยการเข้ามาของอักษรญัร (حرف الجر) โดยมีเครื่องหมายบ่งชัดคือ “สระกัสเราะฮ์ที่ถูกสมมุติขึ้น” (الكسرة المقدرة) ในท้ายคำ ด้วยสาเหตุคือ “التعذر” (การปรากฏตัวของสระจริงเป็นไปไม่ได้)....
■ ข้อมูลประกอบเสริมคำอธิบาย : กิตาบ “อัลมุมเตียะฮ์ ฟี ชัรฮ์ อัลอาญุรรูมียะฮ์” , กิตาบ “ชัรฮ์ อัลมุกอดดิมะฮ์ อัลอาญุรรูมียะฮ์” ของอุสตาซ มะฮ์มูด อัชชาฟิอีย์ (หนึ่งในครูสอนภาษาอาหรับของแอดมิน)
ในครั้งถัดไปเราจะอธิบายเจาะลึกถึงสาเหตุต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดการสมมุติสระท้ายคำขึ้นมา โดยมีอยู่ด้วยกันสามอย่างคือ : “التعذر” และ “الثقل” และ “المناسبة”