สำนักพิมพ์รอซี่ย์RASY Publishing

มารยาทและซุนนะฮ์ในวันอีด

ภาพประกอบ: มารยาทและซุนนะฮ์ในวันอีด

มารยาทและซุนนะฮ์ที่ควรปฏิบัติในวันอีด


1) อาบน้ำก่อนออกไปละหมาดวันอีด

การอาบน้ำก่อนละหมาดวันอีดทั้งสองคือซุนนะห์ที่ส่งเสริมให้ปฏิบัติตามทัศนะของนักวิชาการส่วนมากจากมัซฮับฮะนะฟีย์ ชาฟิอีย์ ฮัมบะลีย์ และบางส่วนของมาลิกีย์ ¹

โดยมีรายงานที่ถูกต้องจาก “อัลมุวัฏเฏาะอ์” ² และแหล่งที่มาอื่น ๆ ว่า : ท่านอับดุลลอฮ์ อิบนุ อุมัร ได้เคยอาบน้ำในวันอีดฟิตร์ ก่อนที่จะออกไปยังสถานที่ละหมาดอีด

อีกทั้งวันอีดยังถือเป็นวันที่ผู้คนมากหลายรวมตัวกัน จึงสมเหตุสมผลที่วันดังกล่าวจะเป็นที่ส่งเสริมให้อาบน้ำเพื่อไปละหมาด เฉกเช่นละหมาดวันศุกร์ ³

2) รับประทานอาหารก่อนออกไปละหมาด

จรรยาประการหนึ่งของวันอีด คือการรับประทานอาหารก่อนที่จะออกไปละหมาด โดยมีซุนนะฮ์ให้รับประทานอิทผลัมเป็นจำนวนคี่ ; เนื่องจากมีรายงานของท่านอะนัส บิน มาลิก ในศ่อเฮียะฮ์อัลบุคอรีย์ (953) ระบุว่า : “ท่านร่อซู้ลจะไม่ออกไปละหมาดอีด นอกเสียจากว่าท่านจะรับประทานอินทผลัม.. โดยรับประทานเป็นจำนวนคี่”

อนึ่ง เหตุผลสำคัญอีกประการที่ส่งเสริมให้รับประทานอาหารก่อนนั้น ก็เพื่อเป็นการเน้นย้ำถึงการห้ามถือศีลอดในวันดังกล่าว และเป็นการแสดงถึงว่าเทศกาลถือศีลอดของรอมฎอนได้สิ้นสุดลงแล้ว ดังกล่าวนี้คืออีดฟิตร์

ส่วนอีดอัฎฮา ซุนนะฮ์คือให้รับประทานอาหารหลังจากที่ละหมาดเสร็จสิ้นแล้ว โดยรับประทานจากส่วนเนื้อกุรบ่านที่ตนได้ร่วมทำไว้

3) การตีกบีรในวันอีด

มีซุนนะฮ์ส่งเสริมให้ตักบีรวันอีดฟิตร์ นับเป็นซุนนะฮ์ที่ยิ่งใหญ่ประการหนึ่งที่เน้นย้ำให้กระทำ ซึ่งเป็นทัศนะของนักวิชาการส่วนมาก ⁴

อัลลอฮ์ ตะอาลา ได้ตรัสว่า :

وَلِتُكْمِلُوا الْعِدَّةَ وَلِتُكَبِّرُوا اللَّهَ عَلَى مَا هَدَاكُمْ وَلَعَلَّكُمْ تَشْكُرُونَ [البقرة: 185]

“และเพื่อที่พวกเจ้าจะได้ให้ครบถ้วน ซึ่งจำนวนวัน (ของเดือนรอมฏอน) และเพื่อพวกเจ้าจะได้ให้ความเกรียงไกรแด่อัลลอฮ์(ตักบีร)ในสิ่งที่พระองค์ทรงแนะนำแก่พวกเจ้า เพื่อว่าพวกเจ้าจะได้ขอบคุณ”

ในโองการนี้เป็นคำสั่งใช้ให้ตักบีรหลังจากที่ได้ถือศีลอดอย่างครบถ้วนในวันต่าง ๆ ของเดือนรอมฎอน ซึ่งตรงนี้(การตักบีรที่ถูกสั่งใช้)อยู่ในช่วงอีดฟิตร์ ⁵

โดยสำนวนการตักบีร มีดังนี้

الله أكبر ، الله أكبر ، لا إله إلا الله ، والله أكبر ، الله أكبر ، ولله الحمد

(อัลลอฮุอักบัร , อัลลอฮุอักบัร , ลาอิลาฮะอิ้ลลั้ลลอฮ์ , วัลลอฮุอักบัร , อัลลอฮุอักบัร , วะลิ้ลลาฮิ้ลฮัมด์)

และอีกสำนวนที่มีการระบุ ตักบีร 3 ครั้ง

الله أكبر ، الله أكبر ، الله أكبر ، لا إله إلا الله ، والله أكبر ، الله أكبر ، ولله الحمد

(อัลลอฮุอักบัร , อัลลอฮุอักบัร , อัลลอฮุอักบัร , ลาอิลาฮะอิ้ลลั้ลลอฮ์ , วัลลอฮุอักบัร , อัลลอฮุอักบัร , วะลิ้ลลาฮิ้ลฮัมด์) ⁶

4) ใส่น้ำหอมและตกแต่งร่างกายให้ดูดี

ส่งเสริมให้ใส่น้ำหอมและตกแต่งร่างกายให้ดูดีในวันอีดทั้งสอง ซึ่งเห็นพ้องเป็นมติเอกฉันท์ในหมู่นักวิชาการทั้งสี่มัซฮับ

ท่านอิบนุ กุดามะฮ์ ได้กล่าวว่า :

“ท่านอิม่ามมาลิก ได้กล่าวว่า : ฉันได้ยินมาว่าบรรดานักวิชาการต่างก็ส่งเสริมให้มีการใส่น้ำหอมและตกแต่งร่างกายให้ดูดี ในทุก ๆ วันอีด” ⁷

มีรายงานจากท่านนาเฟียะอ์ เล่าว่า “ท่านอิบนุอุมัร จะสวมใส่เสื้อผ้าที่ดีที่สุดในวันอีดทั้งสอง” ⁸

** ส่วนสตรีนั้น ให้หลีกเลี่ยงจากการอวดโฉมประเจิดประเจ้อด้วยเครื่องประดับเมื่อต้องออกไปข้างนอก เพราะพวกเธอถูกห้ามไม่ให้เปิดเผยความงามและเครื่องประดับแก่ชายที่ไม่ใช่มะห์รอม และเช่นเดียวกัน ห้ามไม่ให้สตรีใช้น้ำหอมเมื่อต้องการออกไปข้างนอก หรือทำให้ตนเองเป็นที่ดึงดูดแก่บุรุษเพศ ; เนื่องเพราะการที่เธอออกไปนั้น เป็นไปเพื่อปฏิบัติอิบาดะฮ์และเชื่อฟังต่ออัลลอฮ์เท่านั้น

5) อวยพรซึ่งกันและกัน

ส่วนหนึ่งจากมารยาทที่พึงปฏิบัติในวันอีดทั้งสอง ที่ไม่ว่าจะยุคสมัยใด ก็ยังคงถือปฏิบัติมาอย่างสม่ำเสมอนั่นก็คือ การอวยพรต่อกันในวันอีด ให้อัลลอฮ์ทรงตอบรับการงานที่ดีของกันและกัน

ซึ่งมีร่องรอยจากคำกล่าวของบรรดาศ่อฮาบะฮ์ที่ระบุชัดเจนว่า พวกเขาต่างอวยพรซึ่งกันและกันในวันอีด

- รายงานจากมุฮัมมัด บินซิยาด อัลอัลฮานีย์ เล่าว่า : ฉันได้เห็นท่านอบู อุมามะฮ์ อัลบาฮิลีย์ ได้กล่าวแก่สหายของพวกเขาว่า (ตะก็อบบะลั้ลลอฮ์ มินนา วะมินกุ้ม)” ⁹

- รายงานจากท่านญุบัยร์ บิน นุฟัยร์ เล่าวว่า : บรรดาสหายของท่านร่อซู้ล เมื่อพวกเขาพบเจอกันในวันอีด พวกเขาจะกล่าวแก่กันว่า : (ตะก็อบบะลั้ลลอฮ์ มินนา วะมินกุ้ม)” ¹⁰

6) ไปละหมาดด้วยทางหนึ่งและกลับอีกทางหนึ่ง

จากท่านญาบิร บิน อับดิ้ลลอฮ์ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุมา เล่าว่า : “เมื่อถึงวันอีด ท่านนบี ﷺ จะใช้เส้นทางไปและกลับที่แตกต่างกัน” (บันทึกโดยอัลบุคอรี : 986)


📖 เชิงอรรถ

¹ ดู “อัลบะฮ์รุรรออิก” (2/171) , “อัลมัจมัวอ์” (5/6) , “ชัรฮ์ มุนตะฮา อัลอิรอดาต” (1/325) , “มะวาฮิบ อัลญะลีล” (2/574)

² ดู “อัลมุวัฏเฏาะฮ์” ของอิม่ามมาลิก (2/248)

³ ดู “อัลมัจมัวอ์” ของอิม่ามนะวะวีย์ (5/6)

⁴ ดู “นัยลุ้ลเอาฏอร” (3/288)

⁵ ดู “ตัฟซีร อิบนิ ญะรีร” (3/479)

⁶ รายงานโดยอิบนุ อบี ชัยบะฮ์ ในมุศอนนิฟ ด้วยสายรายงานที่ถูกต้อง

⁷ ดู “อัลมุฆนีย์” (2/274)

⁸ รายงานโดยอัลบัยฮะกีย์ (6363) โดยอิบนุร่อญับ ได้ระบุว่าสายรายงานถูกต้อง ใน “ฟัตฮุ้ลบารีย์” (6/68)

⁹ ดู “อัลฮาวีย์ ฟี้ลฟะตาวีย์” ของอัซซุยูฏีย์ (1/94)

¹⁰ แหล่งเดียวกัน โดยอิบนุ หะญัร ได้ให้สถานะสายรายงานหะดิษนี้ว่า หะซัน ใน “ฟัตฮุ้ลบารีย์” (2/517)

เผยแพร่บนเพจครั้งแรกเมื่อ 30 มี.ค. 2568 และนำมาเผยแพร่ซ้ำ

อ้างอิงคำสอนของอิบนุ รอญับอันนะวะวีย์

อ่านต่อในหัวข้อการถือศีลอดและรอมฎอน

การถือศีลอดชดใช้ของผู้เดินทาง

การถือศีลอดชดใช้สำหรับผู้เดินทาง (ที่ละศีลอด) ผู้เดินทางที่ใช้สิทธิละศีลอดในเดือนร่อมะฎอนตามที่ศาสนาอนุญาต มีหน้าที่ต้องถือศีลอดชดใช้ (กอฎออ์) ในภายหล…

8 ก.ค. 2569เกร็ดความรู้การถือศีลอด · ตอนที่ 18

ผู้เดินทางที่ลำบากจากการถือศีลอด

:: การถือศีลอดของผู้เดินทางที่ได้รับความลำบากจากการถือศีลอด หากการถือศีลอดก่อให้เกิดความยากลำบากแก่ผู้เดินทาง ในแง่ที่ว่การละศีลอดเป็นสิ่งที่เหมาะสมกั…

1 ก.ค. 2569เกร็ดความรู้การถือศีลอด · ตอนที่ 17

ผู้เดินทางที่ไม่ลำบาก ควรถือศีลอดหรือไม่

:: การถือศีลอดสำหรับผู้เดินทางที่ไม่รู้สึกลำบากแก่ตนเอง หากการถือศีลอดไม่ก่อให้เกิดความลำบากแก่ผู้เดินทาง โดยที่การถือศีลอดและการละศีลอดมีสถานะที่ทัดเ…

25 มี.ค. 2569เกร็ดความรู้การถือศีลอด · ตอนที่ 16

ผู้ที่ศาสนาอนุญาตให้ละศีลอด: ผู้เดินทาง

:: บุคคลที่อนุญาตให้ละศีลอดได้ จำพวกที่สอง : ผู้เดินทาง ฮุก่มการละศีลอดของผู้เดินทาง ผู้เดินทาง (مسافر) ได้รับอนุญาตให้ละศีลอดได้ ซึ่งเป็นทัศนะที่เห็น…

18 มี.ค. 2569เกร็ดความรู้การถือศีลอด · ตอนที่ 15