สำนักพิมพ์รอซี่ย์RASY Publishing
หลักศรัทธาที่ถูกต้อง · ตอนที่ 54 จาก 56

ชิริกเล็กด้านการกระทำ: การปัดเป่าที่ปะปนด้วยชิริก

ภาพประกอบ: ชิริกเล็กด้านการกระทำ: การปัดเป่าที่ปะปนด้วยชิริก

ชิริกเล็กในด้านการกระทำ

ชิริกเล็กที่เกิดขึ้นในด้านการกระทำ ได้แก่

1. อัรรุกออัชชิรกียะฮ์ (การปัดเป่ารักษา ที่มีการปะปนด้วยการตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์)
2. เครื่องของขลัง (อัตตะมีมะฮ์) ที่ปะปนกับการตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์


ประเภทที่หนึ่ง : อัรรุกยะฮ์อัชชิรกียะฮ์ (การปัดเป่ารักษา ที่มีการปะปนด้วยการตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์)

คำว่า “อัรรุกอ” (الرقى) หมายถึง ถ้อยคำที่ถูกใช้เพื่อขอความคุ้มครองช่วยเหลือในการขจัดเภทภัยและป้องกันสิ่งอันตรายต่าง ๆ

ในทางหลักศาสนบัญญัติได้มีบัญญัติอนุญาตในเรื่องการปัดเป่ารักษาผู้ป่วยตามบัญญัติอิสลามด้วยมติเอกฉันท์ของปวงปราชญ์ ¹ ซึ่งเรียกว่า (อัรรุกยะฮ์ อัชชัรอียะฮ์) โดยในที่นี้หมายถึง การใช้บทรำลึก บทดุอาอ์ (บทวิงวอน) หรือบทที่ใช้ขอความคุ้มครองที่มาจากอัลกุรอ่านหรือจากอัซซุนนะฮ์ที่ถูกต้อง ซึ่งผู้อ่านได้อ่านให้แก่ตนเองหรืออ่านให้ผู้อื่น ; เพื่อให้อัลลอฮ์ได้คุ้มครองเขาจากสิ่งชั่วร้ายต่าง ๆ , ซึ่งโดยทั่วไปแล้วการอ่านบทรำลึกเหล่านี้มักจะมีการอ่านพร้อมเป่าลมเบา ๆ จากผู้ทำรุกยะฮ์ หรืออ่านพร้อมเป่าลงไปที่ร่างกายผู้ป่วยในบริเวณที่เจ็บปวด หรือเป่าลงที่ฝ่ามือทั้งสองของเขาและให้เขาลูบไปตามร่างกายที่มีอาการเจ็บปวด

ทั้งนี้เงื่อนไขสำคัญสำหรับการทำรุกยะฮ์ที่ถูกต้องนั้น คือต้องเป็นถ้อยดำรัสของอัลลอฮ์ หรือพระนามและคุณลักษณะของพระองค์ , ต้องเป็นภาษาอาหรับหรือถ้อยคำที่เข้าใจความหมายได้ ไม่ใช่ถ้อยคำที่คลุมเครือ , ต้องปราศจากชิริก (การตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์)

ดังคำกล่าวของท่านอิบนุ หะญัร (ร่อฮิม่าฮุ้ลลอฮ์) ที่ระบุไว้ว่า

“บรรดานักวิชาการมีมติเอกฉันท์ว่า การทำรุกยะฮ์นั้นอนุญาต เมื่อมีเงื่อนไขครบสามประการ ได้แก่ : ต้องเป็นถ้อยคำดำรัสของอัลลอฮ์หรือด้วยพระนามและคุณลักษณะของพระองค์ , ต้องเป็นภาษาอาหรับ หรือเป็นถ้อยคำที่เข้าใจความหมายได้อย่างชัดเจน แม้จะเป็นภาษาอื่น , ต้องเชื่อมั่นว่าการทำรุกยะฮ์มิได้ให้ผลด้วยตัวของมันเอง แต่ให้ผลได้ด้วยค์อัลลอฮ์เท่านั้น” ²


อนึ่ง การทำรุกยะฮ์ที่ถูกต้องตามหลักการนั้น ทั้งผู้ที่ทำรุกยะฮ์ และผู้ที่ถูกทำรุกยะฮ์ จะต้องเชื่อมั่นว่า รุกยะฮ์ไม่ได้ก่อให้เกิดผลด้วยตัวมันเอง และผู้ที่ถูกทำรุกยะฮ์นั้น ในใจของเขาจะต้องไม่รู้สึกถึงการพึ่งพาต่อรุกยะฮ์นี้ หากแต่ผลลัพธ์ที่ดีที่เกิดขึ้นนั้น ย่อมมาจากอัลลอฮ์เพียงผู้เดียว ส่วนการทำรุกยะฮ์เป็นเพียงสาเหตุหนึ่งจากสาเหตุทั้งหลายที่ศาสนาอนุมัติ และผู้ทำรุกยะฮ์จะต้องไม่ใช่ผู้ที่เป็นนักไสยศาสตร์


ส่วนการทำรุกยะฮ์ที่เป็นชิริก (อัรรุกอ อัชชิรกียะฮ์ / الرقى الشركية) คือรุกยะฮ์ที่ผู้ทำรุกยะฮ์และผู้ที่ถูกทำรุกยะฮ์อาศัยพึ่งพาต่อรุกยะฮ์นั้นเพียงอย่างเดียว โดยเพิกเฉยต่อการมอบหมายไปยังอัลลอฮ์

ตรงนี้เองหากคนใดคนหนึ่งหรือทั้งคู่พึ่งพารุกยะฮ์ ในลักษณะที่เชื่อว่ามันเป็นเพียงสาเหตุหนึ่ง (โดยมีการพึ่งพาทางใจต่ออัรรุกยะฮ์ แม้จะเชื่อว่าเป็นแค่สาเหตุ) และเชื่อว่ารุกยะฮ์ไม่สามารถให้ผลลัพธ์ได้ด้วยตัวมันเอง การกระทำเช่นนี้จะถือเป็นชิริกเล็ก

แต่หากคนใดคนหนึ่ฃพึ่งพารุกยะฮ์อย่างเดียวแบบสิ้นเชิง เพิกเฉยต่อการมอบหมายไปยังอัลลอฮ์ และเชื่อว่ารุกยะฮ์ สามารถให้คุณหรือโทษได้โดยไม่ต้องพึ่งพาอัลลอฮ์ หรือรุกยะฮ์นั้นมีลักษณะของการมอบการอิบาดะฮ์บางประการให้แก่สิ่งอื่นนอกจากอัลลอฮ์ เช่น การวิงวอนขอต่อสิ่งอื่น หรือการขอความคุ้มครองจากสิ่งอื่น ในเรื่องที่ไม่มีผู้ใดสามารถกระทำให้ได้ นอกจากอัลลอฮ์เพียงผู้เดียว

กรณีนี้จะถือเป็นชิริกใหญ่ ซึ่งเป็นการตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์ที่ทำให้หลุดพ้นออกจากอิสลาม

เช่นเดียวกันกับการทำรุกยะฮ์ (การปัดเป่ารักษา) โดยใช้อักขระลี้ลับ หรือสัญลักษ์เชิงไสยศาสตร์ หรือใช้ถ้อยคำในการปัดเป่าที่คลุมเครือ กำกวม ไม่สามารถเข้าใจได้ในความหมาย ก็จะถือเป็นรุกยะฮ์ที่เป็นชิริกใหญ่เช่นกัน โดยเฉพาะหากคนที่ทำรุกยะฮ์นี้ไม่ได้ถูกรู้จักว่าเป็นคนดีที่ยึดมั่นในศาสนา หรือเป็นคนกาเฟร ³


ส่วนหนึ่งจากหลักฐานที่ห้ามการทำรุกยะฮ์ที่เป็นชิริก

มีรายงานจากท่านเอาฟ์ บินมาลิก อัลอัชญะอีย์ (ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ) ได้กล่าวว่า : “พวกเราเคยทำการรุกยะฮ์กันในสมัยญาฮิลิยะฮ์” , เราจึงได้กล่าวว่า : “โอ้ท่านร่อซู้ลุลลอฮ์ ท่านคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ครับ ?”
ท่านร่อซู้ล ﷺ จึงกล่าวว่า :

اعرِضُوا عليَّ رُقاكم، لا بأْسَ بالرُّقى، ما لم يكُنْ فيه شِرْكٌ

“จงนำรุกยะฮ์ของพวกเจ้ามาเสนอให้ฉันดูได้ ไม่มีปัญหาใด ๆ ต่อการทำรุกยะฮ์ (การปัดเป่ารักษา) ตราบใดที่ไม่มีชิริกเจือปนอยู่ในนั้น” (รายงานโดยมุสลิม : 2200)

ท่านร่อซู้ล ﷺ ได้ห้ามการทำรุกยะฮ์ที่มีลักษณะของชิริกปะปนอยู่ เช่น การขอความช่วยเหลือ (อิสติฆอซะฮ์) ต่อญินและอื่น ๆ นี่จึงเป็นเหตุผลที่บรรดานักวิชาการได้ห้ามการใช้ถ้อยคำคาถาหรือการสาบานอ้อนวอน (ต่อสิ่งอื่นจากอัลลอฮ์) ที่คนบางกลุ่มนำมาใช้กับผู้ที่ถูกญินสิงเข้าหรือกรณีอื่น ๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นชิริก

​ยิ่งไปกว่านั้น บรรดานักวิชาการยังได้ห้ามถ้อยคำหรือการกระทำทุกประการที่ไม่ปรากฏความหมายอย่างชัดเจน ; เนื่องจากเกรงว่าจะมีการตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์แฝงเร้นอยู่ภายใน ซึ่งแตกต่างจากรุกยะฮ์ที่ถูกต้องตามหลักศาสนา (ที่มาจากตัวบทอัลกุรอ่านหรืออัซซุนนะฮ์) ซึ่งเป็นสิ่งที่ศาสนาอนุญาตให้ปฏิบัติได้ ⁴


ในครั้งต่อไปเราจะพูดถึงชิริกเล็กด้านการกระทำอีกประเภท คือเครื่องรางของขลัง (อัตตะมีมะฮ์) - อินชาอัลลอฮ์ -


¹ [ดู] “المقدمات الممهدات” ของอิบนุ รุชด์ (3/465) , “شرح مسلم” ของอันนะวะวีย์ (14/168)

² [ดู] “فتح الباري” ของอิบนุ ฮะญัร (10/195)

³ [ดู] “مجموع الفتاوى” อิบนุ ตัยมียะฮ์ (1/362) , “مجموع الفتاوى” อิบนุบาซ (1/208)

⁴ [ดู] “جلاء العينين” หน้า (545)

อ่านต่อในหัวข้อชิริกและสิ่งที่ทำลายอิสลาม

การยกย่องคนดีเกินขอบเขตคือต้นเหตุของชิริก

« แท้จริงแล้วท่านนบีของเรา ﷺ ได้ปิดกั้นทุกประตูและทุกหนทางที่เชื่อมโยงไปสู่การตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์ ทั้งนี้เพื่อเป็นการปกป้องและธำรงไว้ซึ่งอัตเตาฮีด (การ…

5 พ.ค. 2569

สิบประการที่ทำให้สิ้นสภาพความเป็นมุสลิม (อินโฟกราฟิก)

3 พ.ค. 2569

อันตรายของการตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์

:: อันตรายของการตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์ (ชิริก) ท่านนบี ‎ﷺ ได้กล่าวว่า : “ผู้ใดเสียชีวิตโดยไม่ตั้งภาคีใดต่ออัลลอฮ์ เขาย่อมได้เข้าสวรรค์ และผู้ใดเสียชีวิตใน…

27 เม.ย. 2569คุณประโยชน์จากหะดิษ · ตอนที่ 16

อย่าวอนขอต่อสิ่งอื่นจากอัลลอฮ์

อย่าได้วอนขอต่อสิ่งอื่นจากอัลลอฮ์ ! อัลลอฮ์ ตะอาลา ตรัสว่า : “และแท้จริงบรรดามัสยิดนั้นเป็นของอัลลอฮ์ ดังนั้นพวกเจ้าอย่าวิงวอนขอผู้ใดเคียงคู่กับอัลลอฮ…

12 ม.ค. 2569อรรถาธิบายอายะฮ์ · ตอนที่ 6