ฮุก่มของการเอียะอ์ติกาฟ

ฮุก่มข้อบัญญัติเกี่ยวกับการเอียะอ์ติกาฟ
การเอียะอ์ติกาฟถือเป็นซุนนะฮ์ที่ส่งเสริมให้ปฏิบัติทั้งสำหรับบุรุษและสตรี ¹ และเป็นประเด็นที่บรรดานักนิติศาสตร์ทั้ฃสี่มัซฮับ ได้แก่ ฮะนะฟีย์ ² มาลิกีย์ ³ ชาฟิอีย์ ⁴ และฮัมบะลีย์ ⁵ เห็นพ้องต้องกันว่าเป็นซุนนะฮ์ โดยมีรายงานเอกฉันท์ในเรื่องนี้
ท่านอิบนุ อับดิ้ลบัร ได้กล่าวว่า :
وأجمع علماءُ المسلمين على أنَّ الاعتكافَ ليس بواجبٍ، وأنَّ فاعِلَه محمودٌ عليه مأجورٌ فيه
“นักวิชาการมุสลิมโดยทั่วกันได้มีมติเป็นเอกฉันท์ว่า การเอียะอ์ติกาฟนั้นไม่ใช่วาญิบ (ไม่ใช่สิ่งจำเป็นต้องกระทำ) แต่ผู้ที่กระทำจะได้รับการสรรเสริญและได้รับผลบุญจากการกระทำ...” ⁶
ท่านอิม่ามนะวะวีย์ ได้กล่าวว่า :
..فالاعتكافُ سنَّةٌ بالإجماع ولا يجِبُ إلَّا بالنَّذرِ، بالإجماع
“การเอียะอ์ติกาฟ เป็นซุนนะฮ์(ส่งเสริมให้กระทำ) โดยมีมติเอกฉันท์ในเรื่องนี้ และจะไม่ถือเป็นวายิบไปได้ นอกจากมีการบนบานไว้ ด้วยมติเอกฉันท์ในเรื่องนี้(เช่นกัน)...” ⁷
หลักฐานจากหะดิษ
มีรายงานจากท่านอบูสะอี๊ด อัลคุดรีย์ - ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ - เล่าว่า :
إنَّ رَسولَ الله صلَّى اللهُ عليه وسلَّم اعتكفَ العَشرَ الأُوَلَ من رمضانَ، ثم اعتكف العَشرَ الأوسطَ في قبَّةٍ تركيَّةٍ على سُدَّتِها حَصيرٌ.. ثم أطلَعَ رأسَه فكَلَّمَ الناس، فدَنَوا منه، فقال: إنِّي اعتكفْتُ العَشرَ الأُوَلَ، ألتمِسُ هذه الليلةَ، ثم اعتكفتُ العَشرَ الأوسطَ، ثم أتيتُ، فقيل لي: إنَّها في العَشرِ الأواخِرِ، فمن أحَبَّ منكم أن يعتكِفَ، فليعتكِفْ، فاعتكَفَ النَّاسُ معه
“แท้จริง ท่านร่อซู้ล ﷺ เคยเอียะอ์ติกาฟในช่วงสิบคืนแรกของเดือนรอมฎอน แล้วท่านก็ทำเอียะอ์ติกาฟในช่วงสิบคืนกลาง โดยอยู่ในกระโจมที่มีเสื่อปิดอยู่ที่ประตู... จากนั้นท่านก็ได้โผล่ศีรษะออกมาและพูดคุยกับผู้คน คนเหล่านั้นจึงเข้ามาใกล้ท่าน แล้วท่านกล่าวว่า : “แท้จริง ฉันได้ทำเอียะอ์ติกาฟในช่วงสิบคืนแรกเพื่อแสวงหาคืนอันประเสริฐ (คืนลัยละตุ้ลก็อดร์) แล้วฉันก็ได้ทำเอียะอ์ติกาฟในช่วงสิบคืนกลาง จากนั้นฉันก็ได้รับการแจ้งว่า คืนอันประเสริฐนั้นอยู่ในช่วงสิบคืนสุดท้าย ดังนั้นผู้ใดในหมู่พวกท่านที่ต้องการทำเอียะอ์ติกาฟ ก็จงทำเถิด แล้วผู้คนก็ได้ร่วมทำเอียะอ์ติกาฟพร้อมกับท่าน” ⁸
แง่มุมหลักฐาน
การที่ท่านนบี ﷺ ได้ปฏิบัติเอียะอ์ติกาฟ เป็นหลักฐานบ่งชี้ว่าเอียะอ์ติกาฟเป็นซุนนะฮ์ ส่วนคำกล่าวของท่านที่ว่า “ผู้ใดในหมู่พวกท่านประสงค์จะทำเอียะอ์ติกาฟ ก็จงทำเถิด” นั้น แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเอียะอ์ติกาฟมิใช่สิ่งที่เป็นวาญิบ ⁹
¹ หากในสถานที่เอียะอ์ติกาฟสำหรับผู้หญิงในมัสยิดไม่ปกปิดมิดชิด หรืออาจเกรงว่าจะเกิดฟิตนะฮ์สำหรับนางได้จากคนที่คิดไม่ซื่อ การเอียะอ์ติกาฟของนางนี้อาจเป็นที่ต้องห้าม และการห้ามตรงนี้เป็นไปเพราะหลักการได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของปกป้องผู้หญิง ไม่ใช่ห้ามบนฐานของฮุก่มเอียะอ์ติกาฟเดิม - ดู “อัลมับซูต” ของอัสสัรค่อซีย์ (3/110)
² ดู “อัลบะฮ์รุรรออิก” ของอิบนุ นุญัยม์ (6/298) , “บะดาเอียะอ์ อัศศ่อนาเอียะอ์” ของอัลกาซานีย์ (2/113)
³ ดู “ฮาชียะฮ์ อัดดุซูกีย์” (5/205)
⁴ ดู “อัลมัจมัวอ์” ของอันนะวะวีย์ (6/475)
⁵ ดู “อัลมุฆนีย์” ของอิบนุ กุดามะฮ์ (3/186)
⁶ ดู “อัตตัมฮีด” (23/52)
⁷ ดู “อัลมัจมัวอ์” (6/475)
⁸ รายงานโดยมุสลิม (1167)
⁹ ดู “อัลมุฆนีย์” ของอิบนุ กุดามะฮ์ (3/186)



