เงื่อนไขของการถือศีลอด

เงื่อนไขของการถือศีลอดที่ถูกต้องมีอยู่ด้วยกัน ดังนี้
1) เป็นมุสลิมนับถืออิสลาม
หมายถึง ผู้ถือศีลอดจะต้องเป็นมุสลิมที่ยอมจำนนต่อศาสนาอิสลาม ฉะนั้นแล้วผู้ที่เป็นกาเฟร (ผู้ปฏิเสธศรัทธา) การถือศีลอดจะไม่ใช่สิ่งจำเป็นสำหรับเขา ยิ่งไปกว่านั้นการถือศีลอดของเขายังไม่ถูกต้องอีกด้วย ซึ่งเรื่องนี้เป็นมติเอกฉันท์ของปวงปราชญ์ โดยท่านอิบนุ ฮัซม์ ได้รายงานอิจมาอ์ในเรื่องนี้ไว้ ¹ แต่หากผู้ปฏิเสธศรัทธาคนดังกล่าวเข้ารับนับถือศาสนาอิสลามในเวลาต่อมา ก็ไม่มีบัญญัติสั่งใช้ให้เขาถือศีลอดชดใช้สำหรับร่อมะดอนที่ผ่านมา
โดยหลักฐานในเรื่องนี้ คือดำรัสของอัลลอฮ์ ตะอาลา ในซูเราะฮ์อัลอันฟาล โองการที่ 38 ที่ว่า :
قُلْ لِلَّذِينَ كَفَرُوا إِنْ يَنْتَهُوا يُغْفَرْ لَهُمْ مَا قَدْ سَلَفَ
“จงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) แก่บรรดาผู้ที่ปฏิเสธศรัทธาว่า หากพวกเขาหยุดยั้ง (หยุดในการปฏิเสธอิสลาม) ; สิ่งที่แล้วมาก็จะถูกอภัยให้แก่พวกเขา...”
อีกทั้งยังไม่มีรายงานใดยืนยันจากท่านนบี ﷺ ว่าท่านได้ใช้ให้ผู้ที่รับอิสลามใหม่ถือศีลอดชดใช้ในครั้งที่ผ่านมาหรือชดใช้สิ่งที่เป็นวาญิบทั้งหลายที่ผ่านมาก่อนหน้า ²
2) บรรลุนิติภาวะ
ผู้ที่จำเป็นจะต้องถือศีลอด เงื่อนไขสำคัญคือจะต้องบรรลุนิติภาวะ (คือเมื่อมีอายุ 15 ปี ทั้งชายและหญิง หรือมีอสุจิเคลื่อนออกมาด้วยการฝันเปียกหรืออื่น ๆ หรือเริ่มมีขนลับขึ้นบริเวณอวัยวะเพศ หรือมีประจำเดือนสำหรับผู้หญิง) ³ ดังนั้นการถือศีลอดจะไม่จำเป็นสำหรับเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ดังคำกล่าวของท่านนบี ﷺ ที่ว่า :
رُفِع القَلَمُ عن ثلاثةٍ: عن النَّائِمِ حتَّى يستيقِظَ، وعن المجنونِ حتَّى يُفيقَ، وعن الصَّبيِّ حتَّى يَبلُغَ
“ปากกา (การบันทึกความผิด) จะถูกยกออกจากสามกรณีด้วยกัน (คือ ไม่ถูกจดบันทึกความผิด) คือ : ผู้ที่หลับไหล จนกว่าเขาจะตื่นขึ้น , ผู้วิกลจริต จนกว่าเขาจะมีสติสัมปชัญญะ , และจากเด็กเล็ก จนกว่าเขาจะบรรลุนิติภาวะ” (บันทึกโดยอัลบัยหะกีย์ : 21624)
อีกทั้งมีรายงานอิจมาอ์ในเรื่องนี้ โดยท่านอิบนุ ฮัซมิน ⁴ อิบนุ รุชด์ ⁵ อันนะวะวีย์ ⁶ ได้รายงานไว้
ท่านอิม่ามนะวะวีย์ - ร่อฮิม่าฮุ้ลลอฮ์ - ได้กล่าวว่า :
لا يجِبُ صَومُ رَمَضانَ على الصبيِّ، ولا يجِبُ عليه قضاءُ ما فات قبل البلوغِ، بلا خلافٍ
“การถือศีลอดเดือนในร่อมะดอนไม่ถือเป็นวาญิบเหนือเด็ก และไม่เป็นวาญิบแก่เขาในการกอฎออ์ (ชดใช้) สิ่งที่พลาดไปก่อนการบรรลุนิติภาวะ โดยไม่มีข้อขัดแย้งกัน(ในประเด็นนี้)แต่อย่างใด” - ดู “อัลมัจมัวอ์” (6/253)
3) มีสติสัมปชัญญะ
เงื่อนไขสำคัญของการถือศีลอด คือต้องมีสติสัมปชัญญะ ซึ่งผู้ที่มีสติฟั่นเฟือน วิกลจริต การถือศีลอดจะไม่ถูกบังคับใช้ ณ ตัวเขา เนื่องจากมีหะดิษที่รายงานโดยท่านหญิงอาอิชะฮ์ (ร่อฎิยัลลอฮุอันฮา) เล่าว่า ท่านนบี ﷺ ได้กล่าวว่า :
رُفِع القَلَمُ عن ثلاثٍ: عن النَّائمِ حتَّى يَستيقِظَ، وعن الصَّبيِّ حتَّى يحتَلِمَ، وعن المجنونِ حتَّى يَعقِلَ
“ปากกาจะถูกยกออกจากสามสภาพด้วยกัน คือ ผู้ที่หลับไหล จนกว่าเขาจะตื่นขึ้น , เด็กเล็ก จนกว่าเขาจะฝันเปียก , ผู้วิกลจริต จนกว่าเขาจะมีสติสัมปชัญญะ” (บันทึกโดยอะหมัด : 24694 , โดยท่านอิบนุ มุนซิร ได้กล่าวไว้ใน “อัลเอาสัฏ” : 12/364 ว่า หะดิษนี้ซาบิต)
4) มีความสามารถ
การถือศีลอดจะวาญิบสำหรับผู้ที่มีความสามารถเท่านั้น ส่วนผู้ที่ไม่มีความสามารถจะถือศีลอด อาจจะด้วยร่างกายที่แก่ชรา หรือด้วยอาการเจ็บป่วยหรือมีโรคบางชนิดที่เมื่อถือศีลอดแล้วจะก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวิตได้ สำหรับบุคคลเหล่านี้การถือศีลอดจะไม่ถือเป็นวาญิบ
ดังคำดำรัส ของอัลลอฮ์ ตะอาลา ที่ว่า
لَا يُكَلِّفُ اللَّهُ نَفْسًا إِلَّا وُسْعَهَا
“อัลลอฮฺจะไม่ทรงบังคับชีวิตหนึ่งชีวิตใดนอกจากตามความสามารถของชีวิตนั้นเท่านั้น” (อัลบะเกาะเราะฮ์ : 286)
และดำรัสของพระองค์ ที่ว่า
وَعَلَى الَّذِينَ يُطِيقُونَهُ فِدْيَةٌ طَعَامُ مِسْكِينٍ
“และเหนือบรรดาผู้ที่สามารถถือศีลอดได้แต่ด้วยความยากลำบากอย่างยิ่งนั้น มีค่าชดเชย คือการให้อาหารแก่คนขัดสนหนึ่งคน (ต่อหนึ่งวันที่มิได้ถือศีลอด)” (อัลบะเกาะเราะฮ์ : 184)
ท่านอิบนุ มุฟลิฮ์ - ร่อฮิม่าฮุ้ลลอฮ์ - ได้กล่าวว่า :
ولا يجِبُ الصَّومُ إلَّا على المُسلمِ البالِغ، العاقِل، القادِر على الصَّوم ; إجماعًا
“และการถือศีลอดจะไม่เป็นวาญิบ นอกเสียจากผู้ที่เป็นมุสลิมที่บรรลุนิติภาวะ มีสติสัมปชัญญะ และมีความสามารถในการถือศีลอด ด้วยมติเอกฉันท์ของปวงปราชญ์” - ดู “อัลมุบเดียะอ์” (2/414)
5) การพำนักอยู่กับที่ (อัลอิกอมะฮ์)
การถือศีลอดจะมีผลบังคับจำเป็นสำหรับผู้ที่พำนักอยู่ ณ ที่หนึ่งที่ใด (มุกีม) ดังนั้นในกรณีผู้เดินทาง (มุซาฟิร) จึงไม่จำเป็นต้องถือศีลอด ทว่าสำหรับเขาให้ละศีลอด และชดใช้วันดังกล่าวในภายหลัง ; เนื่องด้วยดำรัสของอัลลอฮ์ ตะอาลา ที่ว่า :
فَمَنْ كَانَ مِنْكُمْ مَرِيضاً أَوْ عَلَى سَفَرٍ فَعِدَّةٌ مِنْ أَيَّامٍ أُخَرَ
“ดังนั้นผู้ใดในหมู่พวกเจ้าเจ็บป่วย หรืออยู่ระหว่างการเดินทาง ก็ให้ถือชดใช้ในวันอื่น ๆ แทน” (อัลบะเกาะเราะฮ์ : 184)
ท่านอิบนุ ฮัซมิน - ร่อฮิม่าฮุ้ลลอฮ์ - ได้กล่าวว่า :
اتَّفقوا على أنَّ صِيامَ نَهارِ رَمَضانَ على: الصَّحيحِ المُقيمِ العاقِلِ البالِغ
“(บรรดานักวิชาการ) เห็นพ้องกันว่า การถือศีลอดในกลางวันของเดือนร่อมะดอน (เป็นวาญิบ) สำหรับผู้ที่มีสุขภาพดี (ไม่เจ็บป่วย) เป็นผู้ที่พำนักอยู่ (ไม่ใช่ผู้เดินทาง) เป็นผู้ที่มีสติสัมปญัชชะที่บรรลุนิติภาวะ...” - ดู “มะรอติบ อัลอิจมาอ์” (39)
6) สะอาดปราศจากเลือดเฮด (ประจำเดือน) และนิฟาส (เลือดหลังคลอดบุตร) - สำหรับผู้หญิง
เงื่อนไขสำคัญสำหรับผู้ถือศีลอดผู้หญิง คือจะต้องสะอาดจากเลือดประจำเดือนและเลือดหลังการคลอดบุตร ดังนั้นสตรีที่อยู่ในภาวะมีเลือดประจำเดือนหรืออยู่ในช่วงมีเลือดหลังคลอดบุตร การถือศีลอด ย่อมเป็นที่ต้องห้ามสำหรับนาง และการถือศีลอดในสภาพดังกล่าว ถือว่าใช้ไม่ได้ โดยนางจำเป็นต้องถือศีลอดชดใช้ในวันอื่นภายหลัง
ท่านอิม่ามนะวะวีย์ - ร่อฮิม่าฮุ้ลลอฮ์ - ได้กล่าวว่า :
هذا الحُكمُ متَّفقٌ عليه، أجمع المسلمونَ على أنَّ الحائِضَ والنُّفَساءَ لا تجب عليهما الصَّلاةُ ولا الصَّومُ في الحال
“บทบัญญัตินี้เป็นที่เห็นพ้องต้องกันโดยเอกฉันท์ , บรรดาปวงมุสลิมมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า สตรีที่มีประจำเดือนและสตรีที่มีเลือดหลังคลอดบุตร การละหมาดและการถือศีลอดในขณะนั้นไม่ถือเป็นวาญิบสำหรับพวกนาง” - ดู “ชัรฮุนนะวะวีย์ อะลา มุสลิม” (4/26)
📖 อ้างอิง
¹ ดู “มะรอติบ อัลอิจมาอ์” (39)
² ดู “อัชชัรฮุลมุมเตียะอ์” ของอิบนุ อุซัยมีน (6/322)
³ ดู “ฟะตาวา อัดดุรูส” ของอิบนุบาซ , “มะญาลิส ชะฮ์ริ ร่อมาดอน” ของอิบนุ อุซัยมีน (28)
⁴ ดู “มะรอติบ อัลอิจมาอ์” (39)
⁵ ดู “บิดายะฮ์ อัลมุจตะฮิด” (2/46)
⁶ ดู “อัลมัจมัวอ์” (6/253)



