ห้ามอุตริสิ่งใหม่ขึ้นในศาสนา

อัลหะดิษ
รายงานจากท่านหญิงอาอิชะฮ์ (ร่อฎิยัลลอฮุอันฮา) เล่าว่า : ท่านร่อซู้ล ﷺ ได้กล่าวว่า :
مَن أَحْدَثَ في أَمْرِنَا هذا ما ليسَ فِيهِ، فَهو رَدٌّ
“ผู้ใดอุตริสิ่งใหม่ขึ้นในกิจการของเรา โดยที่สิ่งนั้นมิได้อยู่ในกิจการของเรา สิ่งนั้นย่อมไม่ถูกตอบรับ” (อัลบุคอรีย์ : 2697)
อธิบายหะดิษ
อัลลอฮ์ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา พระองค์ทรงทำให้ศาสนาอิสลามสมบูรณ์แบบ และได้ทรงให้ความโปรดปรานแก่ปวงบ่าวของพระองค์อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ จึงจำเป็นที่มุสลิมทุกคนจะต้องให้ความสำคัญกับการเจริญรอยตามแบบฉบับ และมั่นคงอยู่กับการปฏิบัติในสิ่งที่อัลลอฮ์และร่อซู้ล ﷺ ได้วางรากฐานเป็นแบบอย่างเอาไว้ตราบเท่าที่มีความสามารถจะกระทำได้ , และอย่าได้ริอุตริสิ่งใดขึ้นในกิจการศาสนาเป็นอันขาด
ในหะดิษบทนี้ ท่านร่อซู้ล ﷺ ได้กล่าวว่า : «ผู้ใดอุตริสิ่งใหม่ขึ้นในกิจการของเรา...» หมายถึง อุตริสิ่งใหม่ในเรื่องศาสนา ด้วยการอุปโลกน์สิ่งนั้นขึ้นมาโดยไม่มีแบบอย่างมาก่อน , «โดยสิ่งนั้นไม่ได้มีอยู่ในกิจการงานของเรา» คือไม่มีรากฐานจากอัลกุรอ่านหรืออัซซุนนะฮ์รองรับไว้ หรือไม่ได้เข้าอยู่ภายใต้กฏเกณฑ์ของทั้งสอง หรือค้านกับบทบัญญัติที่มาจากอัลกุรอ่านและอัซซุนนะฮ์ , «สิ่งนั้นย่อมไม่ถูกตอบรับ» หมายถึง สิ่งนั้นเป็นโมฆะทันทีและไม่ถูกตอบรับ
หะดิษบทนี้ยังถูกจัดว่าเป็นกฏเหล็กสำคัญของอิสลาม และเป็นหนึ่งในถ้อยคำที่ล้ำค่าของท่านร่อซู้ล ﷺ ที่แม้จะเป็นข้อความสั้น ๆ แต่ความหมายนั้นครอบคลุมกินรวมทุกบริบท (جوامع الكلم) ¹ ; เนื่องเพราะหะดิษนี้ระบุไว้อย่างชัดเจนถึงการปฏิเสธคัดค้านต่ออุตริกรรมบิดอะฮ์ทุกรูปแบบในศาสนา และยังได้หักล้างสิ่งมดเท็จทั้งหลายที่ออกนอกลู่นอกทางหลักแก่นของอิสลาม
ประโยชน์ที่ได้รับจากหะดิษบทนี้
หนึ่ง : เป็นการเน้นย้ำให้ดำเนินตามแบบอย่างซุนนะฮ์ของท่านร่อซู้ล ﷺ และยึดมั่นไว้ให้เหนียวแน่น ในทางตรงกันข้ามก็ห้ามปรามในเรื่องบิดอะฮ์ และให้พึงระวังการอุตริสิ่งใหม่ขึ้นในศาสนา
สอง : มาตรฐานที่ชี้วัดว่าสิ่งใดคือสิ่งอุตริในศาสนาหรือไม่อุตรินั้น คือรากฐานจากอัลกุรอ่านและอัซซุนนะฮ์ ²
¹ ดู « ญาเมียะอ์ อัลอุลููม วัลฮิกัม » (226)
² อัลเมาซูอะฮ์ อัลหะดีซียะฮ์



