ทำอย่างไรให้น้ำที่ปนเปื้อนนะญิสกลับมาสะอาด

บทที่หนึ่ง ความสะอาด (الطهارة)
ตอน : การทำให้น้ำที่ปนเปื้อนนะญิสกลับมามีสถานะบริสุทธิ์สะอาด
เมื่อใดที่ลักษณะการเปลี่ยนแปลงของน้ำที่ปนเปื้อนนะญิสสิ้นสุดด้วยวิธีการใดก็ตาม แม้จะด้วยเทคนิคสมัยใหม่ อาทิ กระบวนการบำบัดน้ำเสียให้มีสภาพที่บริสุทธิ์เพื่อใช้งาน ¹ ; ซึ่งน้ำนั้นจะถือว่าบริสุทธิ์สะอาด โดยไม่มีข้อแตกต่างระหว่างน้ำปริมาณน้อยกับมากในกรณีนี้
โดยทัศนะนี้คือ ทัศนะของมัซฮับมาลิกีย์ในภาพรวม ² และเป็นทัศนะที่ถูกเลือกโดยนักวิชาการอย่าง อิบนุ ฮัซม์ ³ , อัชเชากานีย์ ⁴ , อิบนุ บาซ ⁵ , และอิบนุ อุซัยมีน ⁶
ท่านอิบนุ บาซ (ร่อฮิม่าฮุ้ลลอฮ์)ได้กล่าวว่า :
“น้ำเสีย หากได้รับการบำบัดและไม่เหลือร่องรอยของนะญิสอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นในด้านรสชาติ สี หรือกลิ่นของมัน ; น้ำนั้นก็กลับกลายเป็นน้ำที่บริสุทธิ์สะอาด สามารถใช้ชำระล้างได้”
ท่านยังกล่าวอีกว่า
“...หากน้ำเสียที่ปนเปื้อนนะญิส ได้รับการขจัดสิ่งปนเปื้อนที่เกิดจากนะญิสออกไป ด้วยวิธีการทางเทคนิคสมัยใหม่ เมื่อนั้นก็สามารถตัดสินได้ว่าน้ำนั้นบริสุทธิ์ ; เนื่องจากสาเหตุของการปนเปื้อนนะญิสได้หมดสิ้นไปแล้ว” - ดู อิ๊คติยารอต อัชชัยค์ อิบนิ บาซ อัลฟิกฮียะฮ์” (เล่ม 2 หน้า 1513-1514)
เหลุผลที่รองรับในเรื่องนี้ ได้แก่
ประการที่หนึ่ง : ฮุก่มใดก็ตามที่เมื่อได้รับการยืนยันหรือกำหนดเป็นบทบัญญัติด้วยเหตุผล (อิลละฮ์) หนึ่ง ; บทบัญญัตินั้น หรือฮุก่มนั้น ๆ ก็จะหมดไปเมื่อเหตุดังกล่าวสิ้นสุดลง เช่นเดียวกับเรื่องนะญิสในน้ำ ซึ่งฮุก่มของการตัดสินว่าน้ำเป็นนะญิสมันจะวนเวียนอยู่กับการมีอยู่ของนะญิสในน้ำนั้นหรือไม่มีนะญิสในน้ำนั้น , ดังนั้นเมื่อพบว่ามีนะญิสในน้ำ ผลคือฮุก่มของมันก็ได้รับการยืนยัน แต่ถ้าเมื่อใดที่ตัวนะญิสหมดไปจากนั้นไม่ว่าจะด้วยวิธีการใด ฮุก่มความเป็นนะญิสของมันก็จะหมดตามไปด้วย ⁷
ประการที่สอง : เมื่อใดที่ตัวตนของสิ่งสกปรก (นะญิส) เกิดการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติไป ชื่อเดิมที่ใช้บ่งบอกถึงสิ่งสกปรกนั้นก็จะหมดไป และถูกจะเปลี่ยนไปเป็นชื่อหนึ่งคือ บริสุทธิ์สะอาด (ฏอฮิร) , ดังนั้น สิ่งนั้นจึงไม่ใช่นะญิสหรือสิ่งต้องห้ามอีกต่อไป ทว่าสิ่งนั้นได้กลายเป็นสิ่งอื่นที่มีบทบัญญัติทางศาสนารับรองไว้อีกแบบหนึ่งเฉพาะ , ดังนั้นฮุก่มทางศาสนาจะผูกโยงกับชื่อเรียกของสิ่งนั้น และชื่อเรียกก็จะขึ้นอยู่กับคุณสมบัติ (ศิฟาต) ของสิ่งนั้น ⁸
เมื่อคุณสมบัติของนะญิสเปลี่ยนแปลงไป ชื่อเรียกของมันก็จะเปลี่ยนตาม ทำให้บทบัญญัติทางศาสนาที่ผูกกับชื่อเดิมหมดไป และสิ่งนั้นก็จะไม่ถือเป็นนะญิสหรือเป็นสิ่งต้องห้ามอีกต่อไป เพราะมันได้กลายเป็นสิ่งใหม่ที่มีคุณสมบัติและบทบัญญัติที่แตกต่างออกไป
อ้างอิง
¹ ดู “ฟะตาวา อัลลัจนะฮ์ อัดดาอิมะฮ์” (5/79)
² ดู “อัลเมาซูอะฮ์อัลฟิกฮียะฮ์อัลกุวัยตียะฮ์” (10/280)
³ ดู “อัลมะฮัลลา” (1/143)
⁴ ดู “อัสสัยลุ้ลญัดรอดอัลมุตะดัฟฟิก อะลา ฮะกออิกิ้ลอัซฮาร” (36)
⁵ ดู “อิคติยารอตุชชัยค์ อิบนิ บาซ อัลฟิกฮียะฮ์” (2/1513-1515)
⁶ ดู “มัจมัวอ์ อัลฟะตาวา” (11/89-91)
⁷ ดู “มะญัลละฮ์ อัลบุฮูส อัลอิสลามียะฮ์” (17/30)
⁸ ดู “มัจมัวอ์ อัลฟะตาวา ของอิบนุ ตัยมียะฮ์” (20/522) , “ฟัตฮุ้ลบารีย์” (10/71)