สำนักพิมพ์รอซี่ย์RASY Publishing
อธิบายตำราอัลอาญุรรูมียะฮ์ · ตอนที่ 2 จาก 11

นิยามของ “อัลกะลาม” (ประโยค)

ภาพประกอบ: นิยามของ “อัลกะลาม” (ประโยค)

นิยามของ “กะลาม” (الكلام)


ท่านผู้ประพันธ์ อิบนุ อาญุรรูม ได้กล่าวว่า :

(اَلْكَلَامُ : هُوَ اللَّفْظُ الْمُرَكَّبُ الْمُفِيدُ بِالْوَضْعِ.)

« กะลาม (الكلام) คือ ถ้อยคำที่เปล่งออกมา ซึ่งประกอบขึ้นจากหลายคำ ให้ความหมายที่สมบูรณ์ และเป็นไปตามการกำหนดของภาษาอาหรับ »


คำอธิบาย

ท่านผู้ประพันธ์ (ร่อฮิม่าฮุ้ลลอฮ์) ได้เริ่มต้นด้วยการให้คำนิยามของ “กะลาม” (الكلام) ; เนื่องจากวิชาไวยกรณ์ภาษาอาหรับ มีวัตถุประสงค์ก็เพื่อวางหลักเกณฑ์ในการใช้คำพูดให้ถูกต้องตามหลักภาษาอาหรับ

ท่านกล่าวว่า :

« กะลาม (الكلام) คือ ถ้อยคำที่เปล่งออกมา ซึ่งประกอบขึ้นจากหลายคำ ให้ความหมายที่สมบูรณ์ และเป็นไปตามการกำหนดของภาษาอาหรับ »

จากคำนิยามนี้ บ่งชี้ว่า การจะนับว่าเป็น “กะลาม (كلام) ” ที่สมบูรณ์ได้นั้น จำเป็นต้องมีองค์ประกอบครบ 4 ประการด้วยกันดังต่อไปนี้ :

ประการที่หนึ่ง : จะต้องเป็น “ลัฟซ์” (لفظ)

กล่าวคือ ต้องเป็นเสียงที่เปล่งออกมา ซึ่งประกอบด้วยตัวอักษรฮิญาอียะฮ์ (الحروف الهجائية) คือ รูปอักษรภาษาอาหรับ (...أ / ب / ت / ث / ج)

ประการที่สอง : ต้องเป็น “มุร็อกกับ” (مركب)

กล่าวคือ ต้องเป็นถ้อยคำที่ประกอบขึ้นจาก คำตั้งแต่สองคำขึ้นไป

ประการที่สาม : ต้องเป็น “มุฟีด” (مفيد)

กล่าวคือ ต้องเป็นถ้อยคำที่ สื่อความหมายได้อย่างสมบูรณ์ จนผู้พูดสามารถหยุดการพูดไว้เพียงเท่านั้นได้ และผู้ฟังเข้าใจความหมายโดยไม่ต้องรอฟังข้อความเพิ่มเติม

ประการที่สี่ : ต้องเป็นไปตาม “การกำหนดของภาษาอาหรับ” (بالوضع العربي)

กล่าวคือ ต้องเป็นถ้อยคำที่อยู่ในรูปแบบการใช้ภาษาของชาวอาหรับ และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของภาษาอาหรับ ¹

ตัวอย่างเช่น ประโยคที่ว่า

- (ٌالعلمُ نافع) ² “ความรู้นั้นเป็นประโยชน์”
- (ٌالطالبُ مجتهد) “นักเรียนเป็นคนขยัน
- (إنَّ اللهَ غفورٌ) “แท้จริงอัลลอฮ์ทรงอภัยยิ่ง”

ประโยคทั้งหมดที่ยกมานี้ ล้วนถือเป็น “กะลาม(كلام)” ตามหลักไวยกรณ์ภาษาอาหรับ ; เนื่องจากมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กล่าวมาแล้ว กล่าวคือ เป็นถ้อยคำที่เปล่งออกมา (اللفظ) , ประกอบขึ้นจากหลายคำ (التركيب) , ให้ความหมายที่สมบูรณ์ (الإفادة) , และเป็นไปการกำหนดรูปแบบของภาษาอาหรับ (الوضع العربي)


เชิงอรรถ

¹] ดู “ฮาชียะฮ์ อัศศิบบาน” (1/30) “อัลกัฟรอวีย์” (11)

[²] ตัวอย่างประโยคที่ العلم نافع ถือว่าเป็น “กะลาม” ตามทัศนะของนักวิชาการด้านไวยกรณ์ภาษาอาหรับ ; เพราะถือว่าเป็นประโยคที่มีครบทั้ง 4 เงื่อนไข กล่าวคือ เป็นคำที่ประกอบขึ้นจากอักษรจากตัวของภาษาอาหรับ คือ อลีฟ ลาม อีน และอื่น ๆ.... , เป็นคำที่ประกอบขึ้น เนื่องจากประกอบขึ้นมาจากสองคำ หนึ่งคือ (العلم) และสองคือ (نافع) , เป็นประโยคที่สมบูรณ์ เนื่องเพราะสามารถบอกให้รู้ถึงคุณประโยชน์ของความรู้ , และถือว่าเป็นรูปแบบคำที่มาจากภาษาอาหรับ


​1) วิชานะฮู (ไวยากรณ์) คือ วิชาว่าด้วยกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่ใช้สำหรับล่วงรู้ถึงสภาวะต่าง ๆ ของสระท้ายคำ ทั้งในแง่ของการเปลี่ยนแปลงสระตามหน้าที่ในประโยค (الإعراب) และการคงสภาพสระตามรูปเดิมของคำ (البناء)

2) ผู้ที่ศึกษาหรือเชี่ยวชาญวิชานะฮู จะถูกเรียกว่า “นะฮ์วีย์” (نَحْوِيّ) โดยให้สระสุกูนบนตัวอักษร (ح) , ส่วนการอ่านออกเสียงเป็น "นะฮะวีย์” (ด้วยสระฟัตฮะฮ์หรือสระอะบนตัว ح) นั้น ถือเป็นผิดพลาดทางภาษาของสามัญชนทั่วไป

​ 3) ในนิยามของคำว่า “กะลาม” ท่อนที่ว่า : (اللفظ) จากกรอบนิยามนี้ ได้จำแนกเอาการส่งสัญญาณมือ (الإشارة) , การเขียน (الكتابة) และสิ่งอื่น ๆ ที่คล้ายคลึงกันนี้ออกไป ดังนั้น สิ่งเหล่านี้จึงไม่ถูกเรียกว่ากะลาม

​และนิยามที่ว่า (المركب) ตามกรอบนิยามนี้ ได้จำแนกเอาคำเดี่ยว ๆ ออกไป เช่น คำว่า : “ซัยด์” (زَيْد)

​และนิยามที่ว่า (المفيد) ตามกรอบนิยามนี้ ได้จำแนกเอาคำผสมที่ให้ความหมายไม่สมบูรณ์ออกไป เช่นคำว่า : عبدُ الله “อับดุลลอฮ์” หรือ إِنْ قَام زَيْد “หากว่าซัยด์ยืนขึ้น...” , เราจะสังเกตได้ว่า สองประโยคนี้ عبد الله และ إن قام زيد แม้จะเป็นรูปคำสามารถเปล่งเสียงออกมาได้และประกอบขึ้นจากสองคำขึ้นไป แต่กระนั้นมันก็ไม่ได้ให้ความหมายเป็นประโยคที่สมบูรณ์และเข้าใจได้ เพราะการกล่าวว่า : (อัลดุลลอฮ์) หรือ (หากว่าซัยด์ยืนขึ้น) มันก็ไม่ได้ทำให้ผู้ฟังเข้าใจวัตถุประสงค์ของผู้พูดได้

​และนิยามที่ว่า (بالوضع) กรอบนิยามนี้ ได้จำแนกเอาคำพูดของชนชาติอื่นที่ไม่ใช่อาหรับออกไป เช่น ภาษาของชาวต่างชาติ (อะญัม) และภาษาอื่น ๆ ในทำนองเดียวกัน.


อ้างอิงข้อมูล : กิตาบ “อัลมุมเตียะอ์ ฟี ชัรฮ์ อัลอาญุรรูมียะฮ์”