มารยาทและซุนนะฮ์ของผู้ถือศีลอด ตอนที่ 4

มารยาทและแบบฉบับที่พึงปฏิบัติขณะถือศีลอด
[มารยาทที่สี่] กล่าวว่า “ฉันถือศีลอดอยู่ครับ/ค่ะ” แก่ผู้ที่เข้ามาด่าทอหรือหาเรื่องชวนทะเลาะ
การกล่าวว่า “ฉันกำลังถือศีลอดอยู่” นับเป็นหนึ่งในมารยาทสำคัญของผู้ถือศีลอด เมื่อเขาต้องเผชิญกับการด่าทอจากผู้อื่น หรือตกอยู่ในสถานการณ์ที่ถูกยั่วยุให้เกิดการทะเลาะวิวาท โดยให้ผู้ถือศีลอดกล่าวคำดังกล่าวออกมาด้วยวาจาอย่างชัดเจน เพื่อเตือนตนเองและยับยั้งมิให้ตอบโต้ด้วยสิ่งที่ไม่เหมาะสม
ซึ่งดังกล่าวนี้มีรายงานจากท่านอบูฮุรอยเราะฮ์ (ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ) รายงานว่า : ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า :
وإذا كان يومُ صَومِ أحَدِكم فلا يَرفُثْ، ولا يصخَبْ، فإن سابَّهَ أحدٌ، أو قاتَلَه؛ فلْيقُلْ: إنِّي امرؤٌ صائِمٌ
“เมื่อถึงวันที่คนหนึ่งในหมู่พวกเจ้าถือศีลอด เขาก็อย่าได้กล่าวคำหยาบลามก และอย่าได้ส่งเสียงดังเอะอะหรือทะเลาะวิวาท และหากมีผู้ใดด่าทอเขา หรือมาหาเรื่องชวนทะเลาะกับเขา ก็ให้เขากล่าวไปว่า : “แท้จริงฉันเป็นผู้ถือศีลอด” (รายงานโดยอัลบุคอรีย์ : 1894)
และในอีกรายงานหนึ่งจากท่านอบูฮุรอยเราะฮ์ (ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ) ระบุว่า : ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า :
إذا أصبَحَ أحدُكم يومًا صائمًا، فلا يرفُثْ ولا يَجهَلْ، فإنِ امرؤٌ شاتَمَه أو قاتَلَه، فلْيَقُل: إنِّي صائِمٌ، إنِّي صائِمٌ
“เมื่อคนหนึ่งในหมู่พวกเจ้าตื่นขึ้นมาในวันหนึ่งขณะที่เขากำลังถือศีลอด เขาก็อย่าได้กล่าวคำหยาบคาย และอย่าได้ทำตนโฉดเขลาเบาปัญญา และหากมีผู้ใดด่าทอเขา หรือมาหาเรื่องชวนทะเลาะกับเขา ก็ให้เขากล่าวไปว่า : “แท้จริงฉันเป็นผู้ถือศีลอด แท้จริงฉันเป็นผู้ถือศีลอด” (รายงานโดยมุสลิม : 1151)
ท่านอิม่าม อิบนุ้ล กอยยิม (ร่อฮิม่าฮุ้ลลอฮ์) ได้กล่าวว่า :
“(ท่านนบี ﷺ ) ได้ห้ามผู้ถือศีลอดจากการพูดจาหยาบคาย การเอะอะโวยวาย การด่าทอ หรือสนองตอบด้วยถ้อยคำด่าทอ และท่านได้กำชับแก่ผู้ถือศีลอดว่าให้กล่าวแก่ผู้ที่มาด่าทอ ว่า : “ฉันกำลังถือศีลอดอยู่” ซึ่งได้ถูกระบุไว้ว่า : ที่ถูกต้องคือการกล่าวออกมาด้วยลิ้นของเขา” - ดู (ซาด อัลมะอาด : 2/52)
ท่านเชค อิบนุ อุซัยมีน (ร่อฮิม่าฮุ้ลลอฮ์) ได้กล่าวว่า :
“ที่ถูกต้องแล้ว คือให้กล่าวประโยคนี้ (ฉันถือศีลอด) ออกมา ด้วยเสียงที่ได้ยินชัด ทั้งในการถือศีลอดภาคสุนัตและการถือศีลอดภาคฟัรฎู ; ทั้งนี้เพราะการกล่าวเช่นนั้นมีประโยชน์อยู่สองประการ :
ประการที่หนึ่ง : เพื่อแสดงให้เห็นว่าผู้ที่ถูกด่าทอนั้น ไม่ได้ละเว้นจากการตอบโต้ผู้ด่าทอเพราะความอ่อนแอหรือไร้ความสามารถที่จะโต้ตอบด้วยถ้อยคำเช่นเดียวกัน แต่เป็นเพราะเขากำลังถือศีลอดอยู่ต่างหาก
ประการที่สอง : เพื่อเป็นการเตือนชายผู้นั้นว่า ผู้ถือศีลอดย่อมไม่ด่าทอผู้ใด และบางทีผู้ที่ด่าทอนั้นก็อาจกำลังถือศีลอดอยู่เช่นกัน ดังเช่นในเดือนรอมฎอนที่ทั้งสองอยู่ในสภาพเดียวกัน (คือกำลังถือศีลอด)
ดังนั้น คำกล่าวนี้จึงมีนัยทั้งเป็นการห้ามปรามเขาจากการด่าทอ และ เป็นการตำหนิเขาต่อการกระทำดังกล่าวไปในตัวด้วย” - ดู (อัชชัรฮุลมุมเตียะอ์ : 6/432)



