แสงฟะญัร เสียงอะซาน และอาหารที่ยังคาปาก

ประเด็นน่ารู้เกี่ยวกับ แสงฟะญัร / เสียงอาซาน / และอาหารคาปาก
เมื่อแสงฟะญัรขึ้น แต่อาหารยังคาปากอยู่
ผู้ใดที่ทราบแน่ชัดว่าแสงฟะญัรได้ปรากฏขึ้นแล้ว ขณะที่ยังมีอาหารค้างอยู่ในปากของเขา จำเป็นที่เขาจะต้องคายอาหารนั้นออกทันที และดำรงการถือศีลอดของตนต่อไป , แต่หากเขากลืนอาหารนั้นลงไป ทั้งที่รู้ชัดว่าแสงฟะญัรได้ขึ้นแล้ว การถือศีลอดของเขาย่อมเป็นโมฆะ ใช้ไม่ได้
ทั้งนี้เป็นมติเอกฉันท์ของบรรดานักนิติศาสตร์ทั้งสี่มัซฮับ ได้แก่ มัซฮับฮะนะฟียะฮ์ ¹ มาลิกียะฮ์ ² ชาฟิอียะฮ์ ³ และฮะนาบิละฮ์ ⁴
หลักฐานในเรื่องนี้
จากอัลกุรอ่าน
คำดำรัสของอัลลอฮ์ ตะอาลา ที่ว่า
〔وَكُلُواْ وَاشْرَبُواْ حَتَّى يَتَبَيَّنَ لَكُمُ الْخَيْطُ الأَبْيَضُ مِنَ الْخَيْطِ الأَسْوَدِ مِنَ الْفَجْرِ ثُمَّ أَتِمُّواْ الصِّيَامَ إِلَى الَّيْلِ〕
“และจงกินจงดื่ม จนกระทั่งเส้นขาวได้ประจักษ์แก่พวกเจ้าจากเส้นดำ เนื่องจากแสงรุ่งอรุณ แล้วพวกเจ้าจงให้การถือศีลอดครบเต็มจนถึงพลบค่ำ...” (อัลบะก่อเราะฮ์ : 187)
แง่มุมหลักฐาน
อัลลอฮ์ ตะอาลา ทรงอนุญาตให้กินและดื่มได้จนกระทั่งแสงฟะญัรปรากฏขึ้น หลังจากนั้นพระองค์จึงทรงสั่งยับยั้งจากการกินและดื่ม จนกระทั่งถึงยามค่ำคืนขณะที่ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ⁵
จากอัซซุนนะฮ์
มีรายงานจากท่านหญิงอาอิชะฮ์ - ร่อฎิยัลลอฮุอันฮา - เล่าว่า :
أنَّ بِلالًا كان يؤَذِّنُ بلَيلٍ، فقال رسولُ اللهِ صلَّى اللهُ عليه وسلَّم:((كُلوا واشرَبُوا حتى يؤذِّنَ ابنُ أمِّ مَكتومٍ؛ فإنَّه لا يُؤذِّنُ حتى يَطلُعَ الفَجرُ))
“แท้จริงท่านบิล้าลได้เคยอาซานในเวลากลางคืน แล้วท่านร่อซู้ล ﷺ ก็กล่าวว่า : “พวกท่านจงกินและดื่มเถิด จนกว่าท่านอิบนุอุมมิมักตูมจะอาซาน เพราะเขาจะไม่อาซาน นอกเสียจากว่าแสงฟะญัรได้ปรากฏขึ้น” (ศ่อเฮียะฮ์อัลบุคอรีย์ : 1918)
เมื่อเสียงอาซานฟะญัรดังขึ้น แต่อาหารยังคาปากอยู่
เมื่อได้ยินเสียงอาซานฟะญัรดังขึ้น จำเป็นต้องงดเว้นจากการกินและการดื่มทันที หากทราบแน่ชัดว่าผู้อาซานเป็นผู้ที่เชื่อถือได้ และจะไม่กล่าวอาซานเว้นเสียแต่เมื่อแสงฟะญัรได้ปรากฏขึ้นแล้วเท่านั้น
แต่หากผู้อาซานเป็นผู้ที่มักอาซานก่อนเวลาเป็นปกติ กล่าวคืออาซานก่อนที่แสงฟะญัรจะขึ้นจริง ในกรณีเช่นนี้ยังไม่จำเป็นต้องงดเว้นจากการกินและดื่ม โดยสามารถกินและดื่มต่อไปได้จนกว่าจะมั่นใจว่าแสงฟะญัรได้ปรากฏขึ้นแล้ว
ตัวอย่างเช่น หากเป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่าผู้อาซานในพื้นที่นั้นมักอาซานก่อนเวลา หรือในกรณีที่อยู่ในพื้นที่โล่งแจ้ง เช่น ทะเลทราย ที่สามารถมองเห็นแสงฟะญัรได้ด้วยตนเอง หากยังไม่เห็นแสงฟะญัร ก็ไม่จำเป็นต้องงดเว้นจากการกินและดื่ม แม้จะได้ยินเสียงอาซานแล้วก็ตาม
อย่างไรก็ตาม หากไม่ทราบแน่ชัดว่าผู้อาซานได้อาซานก่อนหรือหลังจากแสงฟะญัรขึ้น ในกรณีนี้ การงดเว้นจากการกินและดื่มย่อมเป็นทางที่รอบคอบและปลอดภัยกว่า เพราะโดยหลักการแล้ว ผู้อาซานย่อมไม่กล่าวอาซาน เว้นเสียแต่ว่าได้เข้าเวลาละหมาดจริงแล้วเท่านั้น ⁶
📖 อ้างอิง
¹ ดู “อัลมับซูฏ” ของอิม่ามอัสสะร็อคซีย์ (3/255)
² ดู “ฮาชียะฮ์ อัดดุซูกีย์” (1/533)
³ ดู “อัลมัจมัวอ์” ของอิม่ามนะวะวีย์ (6/133)
⁴ ดู “อัลอินซอฟ” ของอิม่ามอัลมัรดาวีย์ (3/307)
⁵ ดู “อัลมุฆนีย์” ของอิบนุ กุดามะฮ์ (3/119)
⁶ ดู “มัจมัวอ์ อัลฟะตาวา” ของอิบนุ บาซ (15/286)
และ “ฟะตาวา วะร่อซาอิล ของอิบนุ อุซัยมีน” (19/295)



