สำนักพิมพ์รอซี่ย์RASY Publishing
คุณประโยชน์จากหะดิษ · ตอนที่ 2 จาก 18

การห้ามปรามความชั่วคือหน้าที่ของมุสลิม

ภาพประกอบ: การห้ามปรามความชั่วคือหน้าที่ของมุสลิม

จากท่านอบีสะอี๊ด อัลคุดรีย์ - ร่อฎิยั้ลลอฮุอันฮุ - เล่าว่า ฉันได้ยินท่านร่อซู้ล ‎ﷺ ได้กล่าวว่า :

مَن رَأَى مِنكُم مُنْكَرًا فَلْيُغَيِّرْهُ بيَدِهِ، فإنْ لَمْ يَسْتَطِعْ فَبِلِسانِهِ، فإنْ لَمْ يَسْتَطِعْ فَبِقَلْبِهِ، وذلكَ أضْعَفُ الإيمانِ

“คนใดในหมู่พวกท่านที่เห็นความชั่วหนึ่ง เขาก็จงเปลี่ยนมัน (ยับยั้งความชั่วนั้น) ด้วยมือของเขา แต่หากเขาไม่มีความสามารถ ก็ให้(ยับยั้ง)ด้วยลิ้นของเขา แต่หากเขาไม่มีความสามารถ ก็ให้(ยับยั้ง)ด้วยหัวใจของเขา และนี่ (การยับยั้งด้วยหัวใจ) ถือเป็นระดับการมีอีหม่านที่อ่อนแอที่สุด” - [ศ่อฮีฮ์มุสลิม : 49]


อธิบายหะดิษ


ท่านร่อซู้ล ﷺ ได้สั่งใช้ให้ทุกคนที่พบเห็นความชั่ว - ซึ่งเป็นสิ่งที่ศาสนาได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าต้องปฏิเสธ - ให้พยายามระงับความชั่วนั้นด้วยมือของตน หากมีความสามารถพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่เขามีอำนาจหรือกำลังที่สามารถยับยั้งได้ด้วยมือ หากไม่สามารถใช้มือยับยั้งได้ ให้ใช้ลิ้นของเขาแทน โดยว่ากล่าวตักเตือนหรือให้ข้อคิดสะกิดใจ และหากไม่สามารถยับยั้งด้วยลิ้นได้ ก็ให้ปฏิเสธในใจ หรือรังเกียจความชั่วนั้นด้วยหัวใจ พร้อมตั้งเจตนาไว้อย่างมั่นคงว่าหากเขาสามารถยับยั้งได้เมื่อใด เขาจะรีบทำทันที ซึ่งการยับยั้งความชั่วด้วยหัวใจนั้น ถือเป็นระดับต่ำสุดของอีหม่านในบริบทของการยับยั้งความชั่ว - (ดู “ซาด อัลอิบาด” : 22)


สิ่งที่ได้รับจากหะดิษ


1. หะดิษนี้เป็นคำสั่งให้มีการสั่งใช้ในเรื่องการทำความดีและปรามความชั่วอย่างเป็นขั้นตอน โดยพิจารณาตามขอบเขตความสามารถและบริบทของแต่ละบุคคล

2. การเปลี่ยนแปลงหรือการยับยั้งความชั่วถือเป็นส่วนหนึ่งของอีหม่าน และเป็นหน้าที่ของมุสลิมที่จะต้องปฏิบัติตามความสามารถของตน

3. อีหม่านสามารถเพิ่มหรือลดลงได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับการประพฤติตน โดยความดีจะเพิ่มพูนอีหม่าน และความชั่วจะเป็นสิ่งลดทอนอีหม่าน