สิ่งที่ทำให้การเอียะอ์ติกาฟเสีย

สิ่งที่ (ทำให้เสีย) การเอียะอ์ติกาฟ
และสิ่งที่ (ไม่ทำให้เสีย) การเอียะอ์ติกาฟ
ประเด็นที่หนึ่ง : การออกนอกมัสยิด
โดยพื้นฐานแล้ว การออกจากมัสยิดสำหรับผู้ที่ทำการเอียะอ์ติกาฟ ย่อมทำให้การเอียะอ์ติกาฟนั้นเป็นโมฆะ ; ทั้งนี้เพราะการเอียะอ์ติกาฟ หมายถึง การพำนักอยู่ในมัสยิดเพื่อเป้าประสงค์ในการประกอบอิบาดะฮ์ต่ออัลลอฮ์ ดังนั้นก็นอกออกมัสยิดจึงผิดวุตถุประสงค์เดิมของการเอียะอ์ติกาฟ เว้นแต่ในกรณีที่จำเป็นต้องออกนอกมัสยิด เช่น เพื่อขับถ่าย เพื่ออาบน้ำละหมาด อาบน้ำชำระร่างกาย หรือออกไปหาอาหาร ในกรณีที่ไม่มีผู้ใดนำอาหารมาให้ถึงมัสยิด ตลอดจนความจำเป็นเร่งด่วนอื่น ๆ ซึ่งไม่สามารถกระทำได้ภายในมัสยิด
มีรายงานจากท่านหญิงอาอิชะฮ์ (ร่อฎิยัลลอฮุอันฮา) เล่าว่า :
((وكان رسول الله لا يدخُلُ البَيتَ إلَّا لحاجةٍ، إذا كان مُعتَكِفًا))
“ได้ปรากฎว่าท่านร่อซู้ล ﷺ จะไม่เข้าไปในบ้านเลย เว้นแต่เมื่อมีความเหตุจำเป็นเท่านั้น ในขณะที่ท่านกำลังทำการเอียะอ์ติกาฟอยู่” (รายงานโดยอัลบุคอรีย์ : 2092 และมุสลิม : 297)
ท่านอิบนุ อุซัยมีน (ร่อฮิม่าฮุ้ลลอฮ์) ได้กล่าวว่า :
الخروج لأمرٍ لا بدَّ منه طبعًا أو شرعًا- كقضاء حاجة البول والغائطِ، والوضوءِ الواجِبِ، والغُسلِ الواجب لجنابةٍ أو غيرها، والأكلِ والشُّربِ- فهذا جائزٌ إذا لم يُمكِنْ فِعلُه في المسجد، فإن أمكَنَ فِعلُه في المسجِدِ فلا، مثل أن يكونَ في المسجِدِ حمَّامٌ يُمكِنُه أن يقضِيَ حاجته فيه وأن يغتسِلَ فيه، أو يكونَ له من يأتيه بالأكلِ والشُّربِ، فلا يخرجْ حينئذٍ؛ لِعَدَمِ الحاجةِ إليه
“การออกไปเพื่อกิจธุระที่มีความจำเป็น ไม่ว่าจะเป็นความจำเป็นที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติหรือความจำเป็นตามหลักศาสนบัญญัติศาสนา เช่น การขับถ่ายปัสสาวะและอุจจาระ การอาบน้ำละหมาดที่จำเป็น การอาบน้ำวาญิบเนื่องจากมีญุนุบหรือสาเหตุอื่น ตลอดจนการกินและการดื่ม สิ่งเหล่านี้อนุญาตให้ออกไปได้ หากไม่สามารถกระทำภายในมัสยิดได้ , แต่หากสามารถกระทำสิ่งเหล่านั้นภายในมัสยิดได้ ก็ไม่ควรออกไป เช่น ในกรณีที่มัสยิดมีห้องน้ำที่สามารถใช้ขับถ่ายและอาบน้ำได้ หรือมีผู้ที่สามารถนำอาหารและเครื่องดื่มมาให้เขาได้ ดังนั้นในกรณีเช่นนี้ เขาไม่ควรออกจากมัสยิด เพราะไม่มีความจำเป็นที่จะต้องออกไป” - ดู (มัจมัวอ์ ฟะตาวา วะร่อซาอิล อัลอุซัยมีน : 20/342)
สรุปคือ : ผู้ใดที่ออกจากสถานที่เอียะอ์ติกาฟของเขาในมัสยิด โดยไม่มีเหตุจำเป็น ไม่มีเรื่องเร่งด่วน การเอียะอ์ติกาฟของเขาย่อมเป็นโมฆะ
ประเด็นที่สอง : การมีเพศสัมพันธ์ และการหลั่งอสุจิ
การมีเพศสัมพันธ์ และการหลั่งอสุจิ มีผลทำให้การเอียะอ์ติกาฟเป็นโมฆะทันที ด้วยมติเอกฉันท์ของปวงปราชญ์ ¹
อัลลอฮ์ ตะอาลา ตรัสว่า :
وَلا تُبَاشِرُوهُنَّ وَأَنْتُمْ عَاكِفُونَ فِي الْمَسَاجِدِ
« และพวกเจ้าจงอย่าสมสู่กับพวกนาง ขณะที่พวกเจ้าเอียะติก๊าฟอยู่ในมัสยิด » (อัลกุรอ่าน 2/187)
ท่านอิม่ามนะวะวีย์ (ร่อฮิม่าฮุ้ลลอฮ์) ได้กล่าวว่า :
إن جامع المعتكِفُ ذاكرًا للاعتكافِ، عالِمًا بتحريمِه؛ بطل اعتكافُه بإجماع المسلمينَ، سواء كان جماعُه في المسجِدِ، أو عند خروجه لقضاءِ الحاجةِ ونحوه من الأعذارِ التي يجوز لها الخُروجُ
“หากผู้ที่ทำการเอียะอ์ติกาฟ มีเพศสัมพันธ์ โดยที่เขาระลึกอยู่ว่าตนกำลังเอียะอ์ติกาฟอยู่และรู้ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นสิ่งต้องห้าม การเอียะอ์ติกาฟของเขาย่อมเป็นโมฆะตามมติเอกฉันท์ของปวงมุสลิม ไม่ว่าการร่วมประเวณีนั้นจะเกิดขึ้นภายในมัสยิด หรือเกิดขึ้นขณะที่เขาออกไปทำธุระจำเป็น เช่น การขับถ่าย หรือเหตุจำเป็นอื่น ๆ ที่อนุญาตให้ออกจากมัสยิดได้ก็ตาม” - ดู (อัลมัจมัวอ์ : 6/524)
ส่วนกรณี “การฝันเปียก” ตรงนี้หากผู้เอียะอ์ติกาฟ ฝันเปียกขึ้นขณะที่เขานอนหลับ การเอียะอ์ติกาฟของเขาจะไม่เสียหาย แต่เขาจำเป็นจะต้องไปอาบน้ำญุนุบ จากนั้นก็ให้ทำการเอียะอ์ติกาฟต่อไปได้ ² โดยประเด็นนี้เห็นพ้องต้องกันทั้งสี่มัซฮับ
ด้วยหลักฐานที่ว่า ท่านร่อซู้ล ﷺ ได้กล่าวว่า :
((رُفِعَ القَلَمُ عن ثلاثةٍ: عن النَّائِمِ حتى يستيقِظَ، وعن الصَّغيرِ حتى يكبَرَ، وعن المجنونِ حتى يعقِلَ، أو يُفيقَ))
“ปากกาจะถูกยกออก (ไม่มีการจดบันทึก) จากสามสภาพด้วยกัน : คนที่นอนหลับไหล จนกว่าเขาจะตื่นขึ้น , เด็กเล็ก จนกว่าเขาจะเติบโต (บรรลุนิติภาวะ) , และผู้ที่วิกลจริต จนกว่าเขาจะมีสติหรือฟื้นกลับมาเป็นปกติ” - (รายงานโดยอบูดาวูด : 4398 และอันนะซาอีย์ : 3432)
ประเด็นที่สาม : มีประจำเดือน (เฮด) และเลือดหลังคลอดบุตร (นิฟาส)
การมีปรากฎของเลือดประจำเดือนหรือเลือดหลังคลอดบุตรสำหรับสตรี ในขณะที่กำลังทำการเอียะอ์ติกาฟอยู่นั้น การพำนักอยู่ในมัสยิดของนางจะเป็นที่ต้องห้ามทันที โดยในกรณีนี้การเอียะอ์ติกาฟของนางจะถูกระงับไว้ชั่วคราว แต่ไม่เป็นโมฆะ และเมื่อใดที่นางได้สะอาด (พ้นจากประจำเดือนหรือนิฟาส) แล้ว ก็ให้นางกลับไปยังมัสยิดที่นางได้เคยทำเอียะอ์ติกาฟอยู่ และดำเนินการเอียะอ์ติกาฟต่อจากช่วงเวลาที่ได้เคยทำผ่านมา นี่คือทัศนะจากนักวิชาการส่วนใหญ่จากมัซฮับมาลิกีย์ ชาฟิอีย์ และฮัมบะลีย์ ³
ประเด็นที่สี่ : เกิดสภาวะหมดสติ หรือวิกลจริต
เมื่อเกิดภาวะหมดสติหรือวิกลจริตขึ้นของผู้ที่กำลังทำเอียะอ์ติกาฟ กรณีนี้การเอียะอ์ติกาฟของเขาจะถูกระงับไว้ และหากเขาฟื้นคืนสติแล้ว ก็ให้ดำเนินการเอียะอ์ติกาฟต่อไปจากที่ได้ทำไว้ก่อนหน้านั้น และนี่คือทัศนะของบรรดานักวิชาการส่วนใหญ่ (ญุมฮูร) ได้แก่ มัซฮับมาลิกีย์ ชาฟิอีย์ และฮัมบะลีย์
ด้วยหลักฐานหะดิษที่ว่า ท่านร่อซู้ล ﷺ ได้กล่าวว่า :
((رُفِعَ القَلَمُ عن ثلاثةٍ: عن النَّائِمِ حتى يستيقِظَ، وعن الصَّغيرِ حتى يكبَرَ، وعن المجنونِ حتى يعقِلَ، أو يُفيقَ))
“ปากกาจะถูกยกออก (ไม่มีการจดบันทึก) จากสามสภาพด้วยกัน : คนที่นอนหลับไหล จนกว่าเขาจะตื่นขึ้น , เด็กเล็ก จนกว่าเขาจะเติบโต (บรรลุนิติภาวะ) , และผู้ที่วิกลจริต จนกว่าเขาจะมีสติหรือฟื้นกลับมาเป็นปกติ” - (รายงานโดยอบูดาวูด : 4398)
ประเด็นที่ห้า : เกิดสภาวะริดดะฮ์ (ตกศาสนาอิสลาม)
ริดดะฮ์ หมายถึง การตัดขาดความเป็นอิสลามด้วยเจตนาที่ปฏิเสธ และละทิ้งการปฏิบัติคุณงามความดี - ซึ่งผู้ศรัทธาที่ถูกต้องนั้น ต้องมี - เช่น ละทิ้งการละหมาด , หรือการกล่าวถ้อยคำที่เป็นการปฏิเสธอฝศรัทธา ไม่ว่าจะกล่าวออกมาเพราะเยาะเย้ย หรือจงใจปฏิเสธ หรือปักใจเชื่อก็ตาม ⁴
ดังนั้นผู้ที่มีสภาวะริดดะฮ์ (คือตกศาสนา) นี้ การเอียะอ์ติกาฟจะเป็นโมฆะทันที ด้วยมติเห็นพ้องของปวงปราชญ์ทั้งสี่มัซฮับ
อัลลอฮ์ ตะอาลา ตรัสว่า :
وَقَدِمْنَا إِلَى مَا عَمِلُوا مِنْ عَمَلٍ فَجَعَلْنَاهُ هَبَاءً مَنْثُورًا
« และเรามุ่งสู่ส่วนหนึ่งของการงานที่พวกเขาได้ปฏิบัติไป แล้วเราจะทำให้มันไร้คุณค่ากลายเป็นละอองฝุ่นที่ปลิวว่อน » (อัลกุรอ่าน : 25/23)
คำว่า “มันได้ไร้คุณค่าเป็นฝุ่นละอองปลิวว่อน” หมายถึง การงานนั้นไม่ยังประโยชน์อะไรแล้ว ด้วยเหตุที่อัลลอฮ์ทรงทำให้มันเป็นโมฆะ เพราะพฤติกรรมการปฏิเสธศรัทธาของพวกเขา - ดู (ตัฟซีรอัลกุรฏุบีย์ : 13/21-22)
ท่านร่อซู้ล ﷺ ได้กล่าวว่า :
إنَّما الأعمالُ بالنِّيَّاتِ، وإنَّما لكُلِّ امرئٍ ما نوى
“แท้จริงการงานทั้งหลายขึ้นอยู่กับเจตนา และแต่ละบุคคล ย่อมได้รับ (ผลตอบแทน) ตามที่เขาได้เจตนาเอาไว้”
แง่มุมหลักฐานก็คือ ทุกการอิบาดะฮ์ย่อมไม่อาจกระทำได้โดยปราศจากการตั้งเจตนาที่มีขึ้นโดยผู้ที่ศรัทธา ซึ่งคนกาเฟร (คนปฏิเสธศรัทธา) เขาไม่ใช่กลุ่มคนที่มีเจตนา(ในการทำอิบาดะฮ์) อยู่แล้วตั้งแต่ต้น ⁵
📖 เชิงอรรถ
¹ ดู “อัลอิสติซการ” ของอิบนุ อับดิลบัร (10/317) , “บิดายะฮ์ อัลมุจตะฮิด” ของอิบนุ รุชด์ (1/316) , “อัลมัจมัวอ์” ของอันนะวะวีย์ : (6/524)
² ดู “อัลมุฮัลลา” ของอิบนุ ฮัซมิน (5/188)
³ ดู “ฮาชียะฮ์ อัดดุซูกีย” (1/552) , “อัลมัจมัวอ์” ของอันนะวะวีย์ (6/519) , “อัลอินซอฟ ” ของอัลมัรดาวีย์ (3/265)
⁴ ดู “อัลมุฆนีย์” ของอิบนุ กุดามะฮ์ (2/381) , “อัศศอริม อัลอัสลูล” ของอิบนุ ตัยมียะฮ์ (3/865)
⁵ ดู “บะดาเอียะอ์ อัศศ่อนาเอียะอ์” ของอัลกาซานีย์ (2/108)