จงหลีกห่างจากเจ็ดบาปใหญ่ที่นำสู่ความหายนะ

จากท่านอบูฮุรอยเราะฮฺ (ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ) รายงานว่าท่านนบีมุฮัมมัด ﷺ ได้กล่าวว่า :
اجْتَنِبُوا السَّبْعَ الْمُوبِقَاتِ»، قَالُوا: يَا رَسُولَ اللهِ وَمَا هُنَّ؟ قَالَ: «الشِّرْكُ بِاللهِ، وَالسِّحْرُ، وَقَتْلُ النَّفْسِ الَّتِي حَرَّمَ اللهُ إِلَّا بِالْحَقِّ، وَأَكْلُ الرِّبَا، وَأَكْلُ مَالِ الْيَتِيمِ، وَالتَّوَلِّي يَوْمَ الزَّحْفِ، وَقَذْفُ الْمُحْصَنَاتِ الْمُؤْمِنَاتِ الْغَافِلَاتِ
“พวกท่านจงหลีกห่างจากเจ็ดบาปที่เป็นเหตุแห่งความหายนะ” ! พวกเขา (บรรดาศ่อฮาบะฮ์) ต่างถามว่า : โอ้ท่านร่อซู้ล อะไรคือบาปทั้งเจ็ดนั้นหรือ ? ท่านก็กล่าวว่า : คือการตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์ (ชิริก) , ไสยศาสตร์ (เวทมนตร์คาถา) , การฆ่าชีวิตหนึ่งที่อัลลอฮฺทรงห้ามไว้ เว้นแต่ด้วยสิทธิ์อันชอบธรรม , การกินดอกเบี้ย , การละเมิดทรัพย์สินของเด็กกำพร้า , การหลบหนีจากสนามรบ (ในวันที่เผชิญหน้ากับศัตรู) , การกล่าวหาใส่ร้ายสตรีบริสุทธิ์ผู้ศรัทธาว่านางได้ทำซินา โดยที่นางไม่ได้รู้เรื่องอะไร(ถึงความอื้อฉาวนี้)”
(บันทึกโดยอัลบุคอรีย์ : 2766 และมุสลิม : 89)
อธิบายหะดิษ
ท่านร่อซู้ล ﷺ ได้กำชับกับประชาชาติท่านให้หลีกห่างจากบาปใหญ่อันร้ายแรงทั้ง 7 ประการที่เป็นเหตุสู่ความพินาศ และเมื่อท่านถูกถามว่าบาปเหล่านั้นมีอะไรบ้าง ? ท่านจึงได้แจกแจงไว้ดังนี้
หนึ่ง : การตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์
คือการยึดเอาสิ่งอื่นขึ้นมาตีเสมอกับอัลลอฮ์ไม่ว่ารูปแบบใดก็ตาม และคือการมอบอิบาดะฮ์ให้กับสิ่งอื่นที่มิใช่พระองค์ ซึ่งที่ท่านร่อซู้ล ﷺ ได้เริ่มต้นกล่าวถึงชิริกก่อนเป็นอันดับแรก ; เพราะชิริกคือบาปที่ร้ายแรงสูงสุด
สอง : ไสยศาสตร์
คือพฤติกรรมการกระทำที่สื่อถึงการใช้เงื่อนผูกปม การใช้คาถาอาคม การใช้เสน่ห์ยาแฝด การรมควัน ตลอดสารพัดวิธีอื่น ๆ ที่ส่งผลให้ร่างกายผู้ถูกทำไสยศาสตร์เจ็บป่วย ล้มตาย หรือทำลายความสัมพันธ์ของสามีภรรยา , นี่คือการงานของชัยฏอน ซึ่งส่วนมากมักเกี่ยวพันกับเรื่องชิริก
สาม : การฆ่าชีวิตหนึ่งที่อัลลอฮ์ทรงห้ามไว้ (เช่น การฆ่าผู้คนบริสุทธิ์) เว้นแต่มีเหตุผลชอบธรรมตามกฎหมายอิสลามที่ดำเนินการโดยผู้ปกครอง (เช่น การประหารชีวิตผู้ที่ก่ออาชญากรรม)
สี่ : การกินดอกเบี้ย รวมถึงการได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยทุกรูปแบบ
ห้า : การยักยอกทรัพย์สินของเด็กที่บิดาของเขาเสียชีวิตก่อนที่จะบรรลุศาสนภาวะ (เด็กกำพร้า)
หก : การหลบหนีจากสนามรบต่อหน้าศัตรูของอัลลอฮ์และร่อซู้ล ขณะทำสงครามกับพวกผู้ปฏิเสธศรัทธาหรือพวกกบฏ เว้นเสียแต่ผู้ที่ล่าถอยเพื่อโยกย้ายหาตำแหน่งที่ได้เปรียบ หรือถอยเพื่อไปสมทบกับกลุ่มของตนเอง ดังที่อัลลอฮ์ ตะอาลา ตรัสไว้ว่า :
إِلَّا مُتَحَرِّفًا لِقِتَالٍ أَوْ مُتَحَيِّزًا إِلَى فِئَةٍ
“...เว้นแต่ผู้ที่เปลี่ยนที่ทำการสู้รบ (โยกย้ายจากที่หนึ่งไปยังอีกที่ เพื่อให้สามารถต่อสู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ - ดู ตัฟซีรอัสสะอ์ดีย์) หรือผู้ที่ไปร่วมกับอีกกลุ่มหนึ่ง” (ซูเราะฮ์อัลอันฟาล : 16)
เจ็ด : การกล่าวหาใส่ร้ายหญิงบริสุทธิ์ผู้ศรัทธาว่าทำซินา โดยที่นางไม่ได้คาดคิดว่าจะถูกกล่าวหาในเรื่องที่ลามกอนาจารเช่นนั้น , และตรงนี้รวมถึงการใส่ร้ายชายบริสุทธิ์ว่าทำซินาด้วยเช่นกัน
ประโยชน์บางประการที่ได้รับ
1.บาปใหญ่ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่บาปเจ็ดประการนี้ ทว่าที่หะดิษนี้จำกัดกล่าวถึงแค่บาปเจ็ดประการนี้นั้น เนื่องเพราะความหนักหน่วงรุนแรงของบาปเหล่านี้
2. อนุญาตให้ฆ่าชีวิตหนึ่ง หากมีสิทธิ์โดยชอบธรรมตามหลักศาสนา เช่น กรณีการฆ่าเพราะกิศอศ (ฆ่าให้ตายตกตามกันไป) , กรณีการลงโทษตามบทระบุโทษตามหลักศาสนา , กรณีฆ่าเพราะละทิ้งศาสนา , และกรณีฆ่าเนื่องจากทำซินาหลังจากที่แต่งงานแล้ว , ซึ่งทั้งหมดจะถูกดำเนินการตัดสินโดยผู้ปกครอง
แหล่งอ้างอิง
¹ ชัรฮ์ ศ่อเฮียะฮ์มุสลิม ของ อิบนุ บัฏฏอล (8/489)
² อัลมุลัคคอส ฟี ชัรฮิ กิตาบิตเตาฮีด (201)
³ อัลเมาซูอะฮ์อัลหะดีซียะฮ์ - อัดดุรอรอัซซะนียะฮ์